Scoop แมนฯยูฯเล่นให้ดีก็เล่นได้ … ทำไมต้องรอให้โดนก่อน?

 
เมื่อได้เห็นเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นในช่วงครึ่งหลังกับ เชลซี แล้วนั้น คุณๆอาจจะแปลกใจกันว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เริ่มต้นเกมด้วยสปีด ความมุ่งมั่น หรือ อะไรก็ตามแบบนี้
 
ซึ่งมันก็เหมือนกับในเกมที่พลิกกลับมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ได้เมื่อนัดก่อนนั่นเอง ถึงแม้ว่าเกมนี้จะไม่ได้ลงเอยด้วยการคว้า 3 คะแนนก็ตาม
 
ดูเหมือนว่าพอปลดล็อคตัวเองได้ พวกเขาก็ทำผลงานกันได้ดีไม่แพ้ใคร แต่ไอ้การที่ต้องมาเห็นทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนลึกแล้วก็สาละวนอยู่กับบรรดาฟูลแบ็คของ “สิงห์ไฮโซ” แล้วเนี่ยตั้งแต่ตอนเริ่มเขี่ยบอลแล้วเนี่ย จะบอกว่า พวกเขากำลังเล่นด้วยความเกร็ง และ กลัวก็ไม่ผิด
 
แต่พอได้ประตูตีเสมอ 1-1 เท่านั้นแหละ จะเห็นได้เลยว่าพวกเขาขับเคลื่อนเกมกันด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม แถมยังไม่เงอะงะเหมือนอย่างในครึ่งแรก แสดงให้เห็นเลยว่าอยากที่จะชนะ ไม่ใช่เอาแค่นั้น
 
คำถามคือ ก็แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นไปได้?
 
โจเซ่ มูริญโญ่ มีแนวทางที่ชัดเจนในการวางแท็คติกให้กับลูกทีม และ ชอบที่จะใช้จิตวิยากับบรรดานักเตะเพื่อที่จะให้ไม่ต้องการที่จะแพ้หรือว่าเสียตำแหน่งของตัวเองในทีมไป
 
แต่เอาจริงๆแล้ว จะให้โทษผู้เป็นกุนซือทั้งหมดเลยมันก็คงจะไม่ใช่ ความมั่นใจของทีมทั้งทีมเองก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งตรงจุดนี้พวกเขาทำหล่นหายไปจากการออกสตาร์ทแบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ หลังพ่ายให้กับ ไบรจ์ตัน แล้วก็ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
 
แต่ 2 เกมหลังที่ผ่านมานี้ เหมือนพวกเขาจะได้สิ่งที่ขาดหายไปกลับมาบ้างแล้ว
 
ผมเองอยากที่จะชม ฆวน มาต้า เป็นการส่วนตัว เพราะดูแล้วเขาน่าจะเป็นนักเตะคนเดียวที่ท่ามกลางการระส่ำระสายของเพื่อนๆในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ยังคงความนิ่งและพยายามที่จะเก็บบอล ครองบอลเอาไว้ ซึ่งผมว่าเขาทำได้ยอดเยี่ยมไปเลยในเกมนี้
 
โรเมลู ลูกากู เองก็เล่นอย่างกับเป็นคนละคน ช่วงครึ่งแรกนี่ผมแทบจะไม่เห็นเขาออกตัววิ่งเลยสักครั้ง แต่พอกลับมาในครึ่งหลัง เขาลุยทุกจังหวะ พุ่งเข้าหากองหลัง สร้างความปั่นป่วนได้ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นผลพวงมาจากการที่เขาได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมที่เลิกคิดแต่จะเล่นเพลย์เซฟ แล้วเอาบอลขึ้นหน้ามาบ้าง
 
อีกคนที่อยากจะพูดถึงก็คือ แอชลี่ย์ ยัง ผู้สวมบทบาทกัปตันทีมของ “ปีศาจแดง” ในเกมนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตัวสโมสรเอง พวกเขามีวัฒนธรรมที่ชัดเจนในการเลือกกัปตันทีมที่แข็งแกร่ง ดุดัน จากยุคของ รอย คีน มาจนถึง เนมันย่า วีดิช และ จากการที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ไม่สามารถลงเล่นได้ ยัง จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
 
งานของ ยัง ชุกตลอดแทบจะทั้งเกม แน่นอนล่ะในเมื่อคู่ต่อกรก็คือ เอด็องน์ อาซาร์ แต่ภาพรวมก็ต้องบอกเลยว่า เจ้าตัวทำออกมาได้เป็นอย่างดี
 
ซึ่งก็ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเขายังแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวสำหรับช่วงเวลายากลำบากของทีม ที่ต้องเจอศึกหนักกระหน่ำอีกด้วย ผมเองได้ยินเสียเขาตะโกนสั่งการ และ สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมอยู่แทบจะตลอดเวลาที่ข้างสนาม
 
หลายคนอาจจะตั้งคำถาม และ สงสัยว่า นักเตะของยูไนเต็ดจะทุ่มเทให้กับ มูริญโญ่ จริงหรือไม่ ซึ่งผมไม่ได้ไปสนใจอะไรตรงนั้น แต่การคัมแบ็คกลับมาได้ทั้งในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล และ เชลซี บ่งบอกได้ว่า ความเชื่อมั่น และ ศรัทธา ของพวกเขาเริ่มที่จะกลับมาแล้ว และ การที่มีนักเตะที่มุ่งมั่น และ ใจสู้กับ ยัง อยู่ในทีมก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
 
แมนฯยูไนเต็ด ได้โชว์ให้พวกเราเห็นแล้วว่า ที่จริงแล้วพวกเขาควรจะอยู่อันดับที่ดีกว่าที่อยู่ในตอนนี้ แต่คำถามสำคัญเลยก็คือ ทำไมถึงต้องรอให้โดนยิงนำก่อน แล้วค่อยลืมตาตื่นขึ้นมาเล่นแบบที่ควรจะเล่นล่ะนั่นเอง

© All Rights Reserved, Manu.in.th