‘คาร์ริค’ย้อนความหลังเกือบซบปืนแล้วแต่’เชสก์’ทำ’เหี่ยว’เปลี่ยนใจ

 
ไมเคิ่ล คาร์ริคอดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดย้อนความหลังว่าในปี 2004 นั้นอีกแค่วันเดียวเขาจะได้ย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อล แต่เชสก์ ฟาเบรกัสทำให้อาร์แซน เวนเกอร์เปลี่ยนใจ
 
ซัมเมอร์ปี 2004 คาร์ริคกำลังจะย้ายออกจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่เล่นอยู่ในดิวิชั่นแรกฤดูกาลก่อนหน้านั้น
 
ตอนนั้นคาร์ริคเพิ่งอายุแค่ 23 ปีและอยากจะกลับไปเล่นบนลีกสูงสุดแดนผู้ดีเพื่อให้เส้นทางการค้าแข้งของเขาก้าวหน้าต่อไป
 
เขาคุยกับเดวิด มอยส์ที่ตอนนั้นคุมเอฟเวอร์ตันถึงเรื่องการย้ายตัว ในขณะที่เอียน ดาววี่ก็สนใจอยากให้เขามาจอยที่คริสตัล พาเลซ
 
กระนั้นแฮร์รี่ เรดแนปป์ที่คุมปอร์ทสมัธอยู่แสดงความสนใจเข้ามามากที่สุดและเมื่อคาร์ริคกับเดวิด ไกส์เอเยนต์ของเขาเดินทางลงใต้ไปพูดคุย พวกเขาก็ได้รับสายจากเดวิด ดีนรองประธานอาร์เซน่อลที่แสดงความสนใจเข้ามา
 
คาร์ริคเข้าพูดคุยกับปอร์ทสมัธและนัดแนะการตรวจร่างกายจนดูเหมือนว่าเขาจะได้ลงเอยที่นั่น อย่างไรก็ตามอาร์เซน่อลติดต่อมาหาเขาอีกครั้งนึง
 
“ตอนเดินทางกลับบ้าน(จากปอร์สมัธ) มีโทรศัพท์มาอีกรอบนึง”คาร์ริคย้อนความหลังผ่านอัตชีวประวัติที่ตีพิมพ์ลงในเดอะ ไทม์ส
 
“อาร์เซน่อลโทรมาอีกแล้ว ขอให้เราเข้าพบกับอาร์แซน ซึ่งเกิดขึ้นตอนเราขับรถผ่านบ้านของเขาที่ลอนดอนเหนือมาแล้วก็เลยนัดกันกลางทาง ในอีกชั่วโมงนึงผมมานั่งอยู่บ้านของเวนเกอร์, หยิกตัวเอง”
 
“ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย? อาร์เซน่อลนะเว้ย! นี่ตูใกล้จะได้เซ็นสัญญากับดิ อินวินซิเบิลส์ที่ไม่แพ้ใครตลอดทั้งฤดูกาลงั้นเหรอ?”
 
“เราคุยเรื่องฟุตบอลกันเกือบชั่วโมงนึง เวนเกอร์มีเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ในช่วงสุดสัปดาห์แต่ก็ใช้เวลาคุยกับผมชั่วโมงนึง แบบนั้นก็แน่นอนว่าเขาสนใจเซ็นสัญญาผมใช่มั้ยล่ะ”
 
“ตอนที่เราออกมาเวนเกอร์บอกว่า ‘ให้เกมที่คาร์ดิฟฟ์ผ่านไปก่อนนะและเราจะเจอกับนายในวันจันทร์’ หลายๆสิ่งเกิดขึ้นไวมากผมต้องใช้เวลาหลายนาทีเพื่อทบทวน”
 
“คืนนั้นผมนั่งอยู่บนเตียงและคุยเรื่องนั้นกับลิซ่า พูดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดที่เข้ามาในหัวผม อยู่ๆมันก็เกิดขึ้น หัวผมหมุนติ้ว อาร์เซน่อลไม่คว้าแชมป์ก็เป็นรองแชมป์ในพรีเมียร์ลีก ลิซ่ารู้ว่าผมไม่ใช่พวกขี้คุยและชอบเก็บเรื่องเงียบไว้จัดการเอง เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น”
 
“ผมย้ายจากทีมในดิวิชั่นแรกขึ้นไปอยู่กับทีมในแชมเปี้ยนส์ลีก ผมได้ยินว่าวิเอร่าจะย้ายออกจากอาร์เซน่อลและทำให้แดนกลางมีตำแหน่งว่าง เลยดูเหมือนว่าเช้าวันจันทร์ผมจะได้กลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อล”
 
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้นทำให้เส้นทางการค้าแข้งของคาร์ริคเปลี่ยนไป และไม่ใช่ความผิดของเขาเลย
 
ทีมของเวนเกอร์ลงสนามเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่คาร์ดิฟฟ์ในวันอาทิตย์และคาร์ริคได้ชมเกมว่าที่ทีมใหม่ของเขา แต่เขาไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วเกมนั้นจะทำให้เส้นทางของเขาแตกต่างจากที่คิด
 
“ผมเห็นเด็กคนนั้น, เชสก์ ฟาเบรกัส, อายุเพิ่ง 17 ออกสตาร์ทในตำแหน่งของวิเอร่า ฟาเบรกัสเล่นได้ดีแต่ผมไม่ได้คิดว่ามันจะสำคัญอะไรนัก ผมนั่งดูอยู่ที่บ้านในคืนวันอาทิตย์กำลังรอโทรศัพท์นัดแนะรายละเอียดในวันถัดไป อาร์เซน่อล! ผมอดใจรอไม่ไหวแล้ว”
 
“แต่ผมรอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครโทรเข้ามา พอวันถัดไปผมต้องมาซ้อมที่เวสต์แฮมและระหว่างทางเดวิดก็โทรมาบอกว่าเขาเพิ่งได้คุยกับดีน”
 
“เดวิดส่งต่อข้อความสรุปจากดีนว่า ‘ผมขอโทษนะ ผู้จัดการทีมบอกว่าเราไม่ต้องการไมเคิ่ล ฟาเบรกัสกำลังก้าวขึ้นมา ขอโทษด้วย, ดีลจบลงแล้ว’ ฟอร์มของฟาเบรกัสทำให้เวนเกอร์เปลี่ยนใจเรื่องผม”
 
อย่างไรก็ตามมันก็เหมือนกับบทกำหนดไว้แล้ว เมื่อสเปอร์สติดต่อมาหาเขาแบบไม่ทันตั้งตัว
 
แฟรงค์ อาร์เนเซ่นที่เป็นผู้อำนวยการอยู่ตอนนั้นติดต่อมาบอกคาร์ริคว่าเขาอยากสร้างแกนหลักที่เน้นนักเตะหนุ่มของอังกฤษ
 
คาร์ริคเชื่อในไอเดียของสเปอร์สและคิดว่าสไตล์การเล่นจะเข้ากัน สุดท้ายแล้วคาร์ริคก็โทรไปบอกพ่อแม่ว่าจะย้ายไปอยู่กับ”ไก่เดือยทอง”คู่ปรับของทีมที่ปฏิเสธเขา

© All Rights Reserved, Manu.in.th