Scoop ‘ผีห่วยไม่เลิก’ผิดที่ น้ามู,นักเตะ หรือ…?

 

ผลเสมอ 1-1 ที่สนามโอลด์ แทรฟอร์ด ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอร์ส นั้นไม่ต่างอะไรจากการราดยา(ชิน)ชาลงบนแผลเดิมของแฟนบอล
 
นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของทีม “ปีศาจแดง” ในยุคนี้ ไม่ว่าจะในแง่มุมไหนๆ ก็ตาม จะในสนาม หรือ จะข้างสนาม ก็เถอะ
 
และที่น่าเจ็บใจเล็กๆ คือ มันดันเป็นเกมที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือของทีม เพิ่งจะกลับมาเข้าชมการแข่งขันสดๆ ข้างสนามได้ หลังจากการผ่าตัดรักษาอาการป่วยหนักไป อาการป่วยจากเลือดออกในสมองที่ว่ากันเข้าจริงๆแล้ว ด้วยวัย 76 ปีอย่าง เฟอร์กี้ โอกาสรอดหรือกลับมา 100% อย่างเดิมได้นี่ เรียกว่า ยาก
 
แต่ เฟอร์กูสัน ผ่านการผ่าตัดมาได้อย่างปลอดภัย จนกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง แน่นอนอย่างที่ทุกคนรู้กัน เขาคือนักสู้ที่แท้จริง เขาไม่เคยยอมแพ้ตลอดการยืนข้างสนามคุมทีม แมนฯยูไนเต็ด ไม่ว่าทีมจะตามหลังอยู่กี่ลูก หรือ เวลาจะเหลือน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม
 
น่าเสียดายที่ คาแร็คเตอร์ แบบนั้นเลือนหายไปจากทีมเมื่อไม่มีชื่อของ อดีตกุนซือเฒ่า แปะป้ายเป็นกุนซือ ก่อนที่จะมาถูกตอกย้ำในเกมล่าสุดนี้
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฤดูกาลนี้ ที่นอกจากปัญหาเดิมที่น่าเบื่อหน่ายของทีมจะยังคงอยู่ แต่กลับเพิ่มเติมด้วยปัญหาใหม่ขึ้นมาระหว่าง โจเซ่ มูริญโญ่ กับ บอร์ดบริหารของ แมนฯยูไนเต็ด ภายใต้หัวข้อที่ว่า ไม่มีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการเสริมทัพฤดูกาลนี้
 
เรื่องพวกนี้ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อครั้งก่อน อันนี้ไม่ขอพูดซ้ำ เพราะผมเองก็เบื่อจะพูดและเชื่อว่าท่านผู้อ่านก็น่าจะรู้สึกในทำนองเดียวกัน
 
จากสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น มันถูกสะท้อนผ่านออกมาจากเกมแล้วเกมเล่าที่ทีมลงฟาดแข้ง ยิ่งดูก็ยิ่งชัดเจนว่า นอกจากนี่จะไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์ในปีนี้ ยังไม่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพใดๆที่จะก้าวหน้าหรือพัฒนาไปได้อีกเลยแม้แต่นิด
 
การเข้าทำที่ไร้จินตนาการ กองกลางที่สามวันดี สี่วันไข้ กองหลังที่พร้อมพลาดได้ทุกเมื่อ และ บทสัมภาษณ์อันไม่น่าอภิรมย์ของตัวกุนซือ คือ สิ่งที่คาดหวังได้จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน พ.ศ. นี้
 

 
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ควรจะคาดหวังได้มากที่สุดสำหรับทีมระดับนี้ อย่างการเดินหน้าคว้าชัยชนะในทุกๆเกม กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมาซะงั้น
 
จากใจ เกมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ต่อให้ช่วงท้ายเกมทีมยิงได้เพิ่มจนชนะ ผมก็ไม่ได้ดีใจอะไรมากไปกว่าการที่รู้สึกว่า “รอดไปอีกเกม” แล้วไปรอลุ้นเอานัดหน้า
 
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับทีมอย่าง แมนฯยูไนเต็ด เลยสักนิด มันเหมือนกับทีมระดับกลางตารางที่พร้อมจะแพ้และชนะได้ตลอดเวลา ผมเปล่าดูถูกทีมอื่นหรือยึดติดอดีตอันสวยหรู แค่พูดไปตามเนื้อผ้าว่า ความสำเร็จที่สร้างมาอย่างนมนาน มันควรถูกต่อยอดด้วยทิศทางที่เหมาะสม แม้ว่าจะไม่ได้รุ่งเรืองดังเดิม แต่ไม่ควรมืดหม่นเบอร์นี้
 
ทุกครั้งที่ร่วมวงสนทนากับบรรดาแฟน “ปีศาจแดง” รอบกาย เราเลิกพูดกันเรื่องการคว้าแชมป์มาได้สักพักใหญ่ แต่มักจะวนเวียนอยู่กับคำถามที่ว่า ทำไมฟอร์มของทีมมันถึงได้ย่ำแย่ ดูไร้อนาคตขนาดนี้?
 
หลายครั้งที่ผมเห็นหรือได้ยินเสียงที่แตกออกเป็นสองสายระหว่าง มูริญโญ่ กับ นักเตะ ว่าใครกันแน่ที่ควรเป็นคนรับผิดชอบ?
 
สำหรับผม ถ้าให้คิดปุ้บตอบปั้บ ก็คงจะบอกแบบเดิมเหมือนที่เคยกระแทกแป้นพิมพ์มาว่า มูริญโญ่ ด้วยการที่เขาเป็นนายใหญ่และตัวกำหนดทิศทางการเล่นของทีมมาตลอด 2 ปีกว่า
 
แต่ถ้าให้เอาตามความรู้สึกแบบเพียวๆหลังเกมกับ “เจ้าหมาป่า” จริงๆแล้วล่ะก็ มันเป็นความผิดหวังที่เกินกว่าจะมองหาคนผิดหรือถูกไปแล้วครับ
 
สิ่งที่ผมรู้สึก คือ ตัวกุนซือและนักเตะแต่ละคน ต่างเดินกันไปคนละทิศละทาง พวกเขาไม่ได้เดินไปทางเดียวกัน ไม่ได้มองสิ่งเดียวกัน ไม่ได้คิดเหมือนกัน มันสับสน มันหลงทาง
 
มันเหมือนจับเอาคนที่ไม่รู้จักกันและไม่ได้พยายามจะทำความรู้จักกันมาอยู่ด้วยกัน ทั้งๆที่ในความจริงพวกเขาใช้ชีวิตเกินกว่าครึ่งของปัจจุบันด้วยกัน มันฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกขึ้นในระหว่างนั่งดูเกมดังกล่าว หลังจากผ่านความผิดหวังมาหลายต่อหลายนัด
 

 
ไม่ว่ามันจะเป็นความผิดพลาดในภาพรวมใหญ่ของแผนการเล่น การวางแผน หรือแม้กระทั่งส่วนบุคคลอย่างการโหม่งโลกตะลึงหลุดกรอบของ โลเมลู ลูกากู มันจะไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะแก้ไข ฮึดสู้กันใหม่เพื่อชัยชนะเลย หากทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
 
ซึ่งผมมองไม่เห็นสิ่งนั้นในทีมของ แมนฯยูไนเต็ด ตอนนี้
 
จากสถานการณ์ที่มีในตอนนี้ บางทีแม้แต่นักเตะหรือบุคลากรในสโมสร อาจจะคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับทีม ไม่ว่าจะในแง่ของการซื้อนักเตะใหม่ จนถึงขั้นเปลี่ยนตัวกุนซือ
 
แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น ถ้ามันจะมีแม้สักช่วงขณะหนึ่งที่ทุกคนหันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้จริงๆ
 
ถึงเวลานั้น ต่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมามันจะเป็นยังไง ผมก็เชื่อเต็มหัวใจเลยว่า แฟนบอล “ปีศาจแดง” จะไม่รู้สึกผิดหวังกันมากขนาดนี้
 
มากขนาดที่ไม่รู้สึกสนุกกับการดูทีมรักเล่นอีกต่อไปแล้วไงล่ะ
 
ที่มา soccersuck

© All Rights Reserved, Manu.in.th