Scoop สิ่งที่ขาดหายไป

 

พรี-ซีซั่น ผ่านไป 5 เกม เหลืออีก 1 นัดในวันอาทิตย์นี้ที่จะบุกไปดวลกับ บาเยิร์น มิวนิค
ผลงานช่วง 5 เกมที่ผ่านมาก็อย่างที่ทราบกันไป เสมอ 3 แพ้ 1 ชนะ 1
 
ไอ้ที่น่าจะทำให้แฟนบอลบ้านเราหัวร้อนคงหนีไม่พ้นการพ่ายแพ้ ลิเวอร์พูล 1-4 ซึ่งมั่นสร้างความเจ็บแสบและปวดร้าวไม่น้อย
 
แน่นอนการแพ้ หงส์แดง ถือเป็นสิ่งที่มิควรเกิดขึ้น เพราะทั้งสองทีมคืออริที่ไม่เผาผีกัน แถมการปราชัยแบบหมดรูปยังสร้างความสะเทือนไปยังกลุ่มแฟนบอล
 
ใช่ ความพ่ายแพ้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่สิ่งที่แฟนบอลต่างหงุดหงิดและหัวเสียมันมีมากกว่านั้น นั่นคือ ‘ทรงบอล’ หรือ ‘รูปแบบการเล่น’ ที่สู้ไม่ได้
 
ไม่ต่างไปจากที่ทุกคนเห็น รูปเกมของ ปิศาจแดง สู้ไม่ได้เลย แถมยังเป็นรองแบบชัดเจนจนกระทั่งมาโดนไล่ยำในครึ่งหลัง
 
เกมต่อมาแม้ว่าจะเอาชนะ เรอัล มาดริด มาได้ แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่มีการพัฒนาขึ้นมาจากเดิม
 

 
แม้ทาง โชเซ่ มูรินโญ่ จะให้สัมภาษณ์มาตลอดว่านักเตะแกนหลักยังไม่กลับมา และเขาเองมีนักเตะให้ใช้งานจำกัด แถมยังเป็นการผสมผสานนักเตะจาก 3 รุ่น ไล่ตั้งแต่ ชุดใหญ่, ยู-23 และ ยู-18 นั่นทำให้ทีมยังไม่สามารถรีดศักยภาพออกมาได้เต็ม
 
นั่นจึงเป็นที่มาของผลงานที่ออกมาไม่ดีและสร้างความหงุดหงิดให้แฟนบอล
 
ไม่ต่างไปจาก อันเดร์ เอร์เรร่า ที่ระบุว่าผลงานและผลการแข่งขันในช่วงที่ผ่านมายังไม่ใช่ของจริง และขอให้รอดูในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนามกับ เลสเตอร์ ซิตี้ วันศุกร์หน้า
 
แต่ …
 
สิ่งที่เห็นในเกมที่ผ่านๆมา มันคือการถอยหลังและไม่เดินไปข้างหน้าของทีม
 
การต่อบอลเอย, การประสานงาน, การเข้าทำ (ที่ผมพร่ำบ่นมาเสมอ) หรือ การเล่นที่ไหลลื่น สิ่งเรานี้เราแทบจะลืมเลือนไปจากการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 
ใช่ หลายคนบอกนี่แค่เกม ‘อุ่นเครื่อง’ แต่เกม ‘อุ่นเครื่อง’ เหล่านี้ไม่ใช่หรือที่จะเป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ หรือนำรูปแบบที่ไม่เคยใช้มาใส่ในทีม ลองผิดลองถูก เพราะนี่คือเวลาแห่งการคิด และวิเคราะห์สิ่งที่ทีมขาดหายไป
 
สำหรับผมการชม ปิศาจแดง ลงสนามใน 5 เกมที่ผ่านมา มีเพียงช่วง 15 นาทีแรกของนัดเจอ เอซี มิลาน (รวมไปถึงการดวลจุดโทษ) เท่านั้นที่รู้สึกว่า ‘สนุก’ และตื่นตา ส่วนที่เหลือ … เอ่อ
 

 
ความสนุกคือสิ่งที่หายไป และมันเริ่มจะลดทอนลงไปเรื่อยๆ
 
สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่มันค่อยๆสะสมและเพิ่มพูนจนทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ ‘น่าเบื่อ’
 
ด้วยรูปแบบการการเล่นและ ‘แท็คติก’ ของทีม มันผสมผสานรวมกันทำให้สิ่งเหล่านั้นออกมา
 
ทุกอย่างมีทางแก้ แต่อยู่ที่ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นจะยอมแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่
 
ทำไมช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ปิศาจแดง ถึงเป็นทีมที่เล่นสนุก เกมรุกดุดัน และทำใฟ้แฟนบอลมีความหวัง แต่หลังจากนั้นก็เข้าอีหรอบเดิมอีกครั้ง
 
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าหากฤดูกาลเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสนุกจะกลับมา’
 
จุดนี้มันอาจจะมีความเห็นที่แตกต่าง บ้างบอกว่า ‘รูปแบบไม่สนขอชนะไว้ก่อน’ บ้างบอกว่า ‘เกมต้องสนุกผลค่อยว่ากัน’ หรือ ‘เอาทั้งผลและความสนุก’
 
นานาจิตตัง แล้วแต่มุมมองและความชอบเรื่องฟุตบอลของแต่ละคน
 

 

สำหรับผมความสนุกต้องมาก่อน เพราะสิ่งที่ทำให้ผมหลงรักฟุตบอลและแมนเชสตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องของ ‘แชมป์’ หรือ รางวัลที่ได้มา แต่มันคือความสนุกที่ทีมมอบให้ผมตอนยังเป็นเด็ก
 
สิ่งที่ขาดหายไปเริ่มมากขึ้น ตรงนี้มันก็ไม่ต่างจากการออกมาบ่นถึงสิ่งที่ผมหวนคิดถึงในอดีต
 
ได้แต่หวังลึกๆ หากทีมสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ และ (อาจจะ) ได้นักเตะมาเสริมตามที่ทีมต้องการ บรรดาคนที่นั่น (คง) จะเปลี่ยนรูปแบบในสิ่งที่ควรจะเป็น
 
ความสนุก เอ็นเตอร์เทน หากทำได้ ผมเชื่อว่ามันจะตามมาด้วยผลงานที่ดีของทีม
 
นักเตะมีความมุ่งมั่น สนุกที่จะเล่น และสนุกที่สร้างความสุขให้กับแฟนบอล มันคือสิ่งที่ต่อยอดและสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน
 
หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เชื่อว่าตลอดฤดูกาลที่กำลังจะรูดม่านเปิดฉาก จะเป็นฤดูกาลที่ดีแน่นอน
 
นี่แหละคือสิ่งที่หายไปในช่วงที่ผ่านมา หวังว่ามันจะกลับมา (อีกครั้ง) ในเร็วๆนี้

© All Rights Reserved, Manu.in.th