“จงมองโลกในแง่ดี และก้าวไปข้างหน้า” สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

ฤดูกาล 2017-18 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของ “สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์”

 

เนื่องจากกองกลางหนุ่มวัยเพียงแค่ 21 ปี สามารถผลักดันตัวเองจากทีมเยาวชน ก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นผลสำเร็จ

 

โดยถือเป็นการเติมเต็มความฝันของเด็กที่เกิดในย่านแลงคาสเตอร์ เพราะเขาก้าวมาเป็นสมาชิกของพลพรรค “ปีศาจแดง” ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

 

โชเซ่ มูรินโญ่ มอบความไว้วางใจในตัวแม็คโนมิเนย์ ด้วยการส่งลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมสำคัญๆในการเจอกับทีมยักษ์ใหญ่

 

พร้อมกันนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตนายใหญ่ของทีมยังการันตีว่า กองกลางรายนี้มีอนาคตที่สดใสรออยู่ และจะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมอย่างแน่นอน

 

อาจจะกล่าวได้ว่า แม็คโทมิเนย์ อาจจะไม่ใช่นักเตะที่มีพรสวรรค์มากมายนัก ทว่าด้วยความเป็นลูกหม้อ เขาสู้แทบทุกจังหวะ และไล่บี้กับคู่แข่งชนิดกัดไม่ปล่อย ส่งผลให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มหลงรักเจ้าหนูคนนี้มากยิ่งขึ้น

 

 

“ภายในห้องแต่งตัว .. ผมรู้สึกประหม่าเล็กน้อย” แม็คโทมิเนย์  ย้อนความทรงจำถึงเกมพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว ที่เขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงในนามทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในการเปิดบ้านชนะคริสตัล พาเลซ 2-0

 

เขากล่าวต่อว่า “มันถือว่าเป็นเรื่องธรรมดานะ ในการเปิดตัวเป็นครั้งแรก ต่อหน้าแฟนบอลของพวกเราที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เมื่อคุณลงไปแล้ว คุณก็แค่เล่นตามเกมของตัวเอง”

 

“ผมต้องทำตัวเองให้ผ่อนคลาย และสงบนิ่ง หน้าที่ของผมคือลงสนามไป พร้อมกับการไล่เสียบสกัด, ผ่านบอล และทำทุกอย่างที่ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางควรทำ ผมมีความสุขกับเกมนั้นมาก และเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสุดๆไปเลย”

 

“เป็นเรื่องปกติที่คุณจะเห็นผู้เล่นดาวรุ่งถูกส่งไปให้กับทีมอื่นยืมตัว บางทีอาจจะเป็น 1 หรือ 2 ฤดูกาล เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติของการเล่นฟุตบอลจริงๆก่อน”

 

“วันนั้นเป็นวันที่ดีมากสำหรับผู้เล่นที่เติบโตมาจากระบบอะคาเดมี่ มันเป็นภาพสะท้อนตอนปิดฤดูกาล ทำให้คุณต้องตระหนักว่า คุณต้องเป็นนักเตะที่ดีขึ้น และทำงานหนักสุดตัว เมื่อใดก็ตามที่คุณหยุดพัฒนาตัวเอง เรื่องเลวร้ายก็จะตามมา”

 

 

“โลกของฟุตบอล คุณต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม” แม็คโทมิเนย์ เปลี่ยนมาเล่าถึงการปรับตัว จากการลงเล่นภายใต้การกุมบังเหียนของโค้ชทีมสำรอง มาเป็นกุนซือที่ประสบการณ์โชกโชนอย่างมูรินโญ่

 

“คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการฝึกซ้อม และวิธีการเล่นในสนาม ที่มีความแตกต่างกันออกไปของโค้ชแต่ละคน”

 

“นอกจากนี้ คุณจำเป็นต้องปรับตัวการกับเล่นในตำแหน่งที่เคยเล่นเป็นประจำ และต้องเข้ากับมันให้ได้ พร้อมความคาดหวังว่า ในอนาคต มันจะส่งผลดีต่อคุณในเส้นทางอาชีพ”

 

“ผมได้เรียนรู้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ผมเล่นในตำแหน่งกองกลาง ผู้เล่นกองหน้าก็อยากจะได้บอลจากผมเสมอ ผมต้องช่วยเหลือตรงจุดนั้น ผมจำเป็นต้องทำมัน เพราะผู้จัดการทีมอยากเห็นความสามารถของผม”

 

“คุณจำเป็นต้องทุ่มเทให้กับการทำงาน นี่ถือเป็นหลักการใช้ชีวิตของสโมสรแห่งนี้ ผู้เล่นเยาวชนต้องเฝ้าพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มันเป็นเรื่องของการทำงานหนัก มองโลกในแง่ดี และก้าวไปข้างหน้า เพื่อก้าวไปติดทีมชุดใหญ่ให้ได้”

 

 

“ประสบการณ์การเล่นทีมสำรอง ค่อนข้างมีความยากลำบากเหมือนกัน นั่นเพราะผมต้องลงเล่นหนึ่งสัปดาห์ และพักไปอีกราว 3 สัปดาห์ มันส่งผลเรื่องของความเชื่อมั่นพอสมควรเลย”

 

“คุณทำได้เพียงแค่ฝึกซ้อมเท่านั้น อย่าลืมว่า การลงสนามแข่งขันจริง เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับบรรดาผู้เล่นที่อายุยังน้อย มันเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา”

 

“สิ่งสำคัญคือ คุณต้องลงสนามในเกมระดับสูงให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ พร้อมกับแสดงให้ผู้จัดการทีมเห็นว่า คุณมีดีพอที่จะก้าวไปติดทีมชุดใหญ่”

 

 

“นี่คือความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรแห่งนี้ถูกสร้างมาจากระบบเยาวชน ลองมองไปที่ลูกหม้ออย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด และเจสซี่ ลินการ์ด ดูก็ได้ พวกเขาก้าวมาติดทีมชุดใหญ่ และมันเป็นสิ่งที่ผมอยากเจริญรอยตาม”

 

“แรชฟอร์ด และลินการ์ด เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจของผม มันทำให้ผมอยากก้าวไปข้างหน้า และเล่นทีมชุดใหญ่เหมือนกับพวกเขาบ้าง”

 

“ผมเองมีควรมต้องการอยากเล่นร่วมกับพวกเขา และฝึกซ้อมร่วมกันในทุกๆวัน ผมอยากเลียนแบบสิ่งที่พวกเขากำลังทำในทีมชุดแรก”

 

แม็คโทมิเนย์ ปิดท้ายว่า “เป้าหมายในฤดูกาลนี้ของผม คือการอยู่กับทีมชุดใหญ่ให้ได้ พร้อมกับทำทุกอย่างแบบสุดความสามารถ เพื่อให้ผู้จัดการทีมเห็นว่า ผมสามารถทำมันได้”

 

© All Rights Reserved, Manu.in.th