“คู่มือการใช้ป็อกบา” และชะตากรรมที่โอเล่มิอาจเลี่ยง

 

ทุกวันนี้สิ่งที่ปอล ป็อกบา แสดงศักยภาพให้กับแมนยูไนเต็ดนั้น ยังไม่ได้ถูกใช้ความสามารถของเขาถึงครึ่งหนึ่งเลย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมโอเล่จึงจำเป็นต้องมีคู่มือการใช้เขา
 
ดาวิด เดเคอา และ ปอล ป็อกบา คือสองคนจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีรายชื่ออยู่ในแคนดิเดท2019 FIFA FIFPRO World 11 shortlist โดยเป็น2จาก 21คนในพรีเมียร์ลีก จากลิสต์ทั้งหมด55คน โดยการโหวตจากนักฟุตบอลอาชีพกว่า 23,000 คนทั่วโลก จากผลงานการเล่นในฤดูกาล 2018/19 โดยที่จะประกาศตำแหน่ง11คน XI สุดท้ายกลางเดือนนี้ วันที่ 23 กันยายน 2019 ที่จะถึงนี้ที่เมืองมิลาน ซึ่งปอล ป็อกบา คือ1ใน15มิดฟิลด์ ที่จะต้องแย่งชิง 1 ใน 3 สล็อทของตำแหน่งกองกลางทั้งโลกนี้ โดยที่มีคู่แข่งแย่งตำแหน่งอย่าง Arthur, Sergio Busquets, Frenkie De Jong, Ivan Rakitic และ Arturo Vidal จากค่ายเลือดหมูบาซ่า / อีก4คนจากเรอัลมาดริดอย่าง Casemiro, Eden Hazard, Toni Kroos และก็ Luka Modric ส่วนอีก5คนที่เหลือคือ De Bruyne (Man City), Eriksen (Tottenham), Kante (Chelsea), Bernardo Silva (Man City) และ Tadic (Ajax)
 
ถึงแม้ว่า ป็อกบาจะไม่ได้รางวัลนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร เพราะยังไงก็แล้วแต่ ป็อกบา ก็ยังเป็นหนึ่งในสุดยอดมิดฟิลด์ระดับโลก ที่ยังอยู่แบกแดนกลางของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจนถึงตอนนี้นั่นเอง
 

 
บทความนี้เราจะมาพูดกันถึง “คู่มือการใช้ปอล ป็อกบา” กันว่า ณ ตอนนี้ที่เรายังมีเจ้าป็อกอยู่ในมือ ยังไม่ย้ายไปไหนนั้น เราควรจะใช้งานเขาแบบไหนถึงจะถูกต้องที่สุด และ “ดึงศักยภาพสูงสุด” ของป็อกบาออกมาได้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ ในฤดูกาล 2019/20 ต้องบอกเลยว่า เรายังใช้พลังความสามารถของป็อกบาได้ไม่ถึงครึ่งของสิ่งที่เขามีอยู่ในตัวเลย ภายใต้การควบคุมแผนของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ตอนนี้ผลงานทีมก็ย่ำแย่อย่างที่เห็น ดังนั้นเราต้องหาทางใช้งานฝีมือของนักเตะที่เก่งที่สุดในทีมของเรา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้ได้ ทีมจึงจะได้ประโยชน์
 
เบื้องต้น เราจะมาวิเคราะห์กันในฐานะแฟนบอลก่อนว่า สิ่งที่แฟนบอลเห็นนั้น เราเห็นอะไรกันอยู่บ้าง และเกิดอะไรขึ้น
 

 
1. ปัจจุบันนี้ ปอล ป็อกบา ถูกใช้งานอย่างผิดๆในฐานะ มิดฟิลด์คู่กลางที่ยืนต่ำ ควบคุมบอลอยู่ในแดนกลางสนามที่ค่อนข้างลึกมาก และไม่ได้รับอิสระให้ขึ้นไปบุกด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาทำคือการควบคุมบอล คอนโทรล เก็บบอลให้ได้ เพื่อที่จะส่งบอลให้กับ “ตัวรุกคนอื่นๆ” ไปทำเกมรุกต่อ
คำถามคือ ป็อกบาจำเป็นต้องส่ง และฝากบอลไว้ในมือใคร ที่ไม่ใช่ตัวเองได้รับหน้าที่บุก คำตอบก็คือ ป็อกต้องถ่ายบอลให้กับคนอย่าง ลินการ์ด หรือ เปเรร่า ในการทำเกมต่อนั่นเอง
 
เขาโอกาสในการทำเกมบุกเต็มๆด้วยตัวเองน้อยมาก
 
ส่วนกับสองหน่อ หมากแรช นั้น คนที่เล่นสั้นจังหวะวันทูได้ดีกับป็อก คือรายของ มาร์กซิยาล ที่ทำได้ดี และเซนส์บอลสูงใกล้ๆกัน ส่วนทางด้านแรช เล่นเร็วแบบนั้นไม่ดีเท่าหมากเพราะคลาสไม่เท่า แต่สิ่งที่ แรช-ป็อก ทำได้ดี นั่นก็คือ การ “หาจังหวะเปิดบอลยาว ให้แรชวิ่งทำลายไลน์แนวรับคู่ต่อสู้” ในจังหวะการวางบอลยาวจากป็อกบา ที่คู่ ป็อกแรช จะทำได้ดีเป็นพิเศษ เหมือนรู้จังหวะ รู้ใจกันดี ทั้งวินาทีการเปิดบอลโดยป็อก และการเลี้ยงไลน์วิ่งของแรช จังหวะเป๊ะมากเหมือนใช้วิญญาณดวงเดียวกัน แต่สองร่าง ประหนึ่งโจนาธานกับดีโอนั่นแล
 

 
2. ศักยภาพสูงสุดของป็อกบานั้น ไม่ใช่การควบคุม ครองบอล เก็บบอลแดนกลางเลย นั่นคือสิ่งที่ปอลทำได้ส่วนหนึ่ง แต่ที่ยังเหลืออยู่มากมายคือ สกิลทักษะการบุกของเขาที่อยู่ระดับเดียวกันกับคนเล่นตัวรุกแดนหน้า ประมาณพวกwingerนั่นแหละ เพียงแค่มันยืนกองกลางแค่นั้นเอง แต่เทคนิคนี่คือเป็นปีกชัดเจน การคอนโทรลบอล การเลี้ยง ความเร็ว แทบจะไปเล่นปีกได้อยู่แล้ว
 
ความสามารถที่โดดเด่นของป็อกบามีอะไรบ้าง ที่เราเห็น จำแนกเป็นข้อใหญ่ๆผมเห็นจุดแข็ง3ข้อ
 
2.1 ยิงไกลจากแถวสอง ข้อนี้ดีมาก เพิ่มพลังบุก และมิติการบุกให้ทีมดีเวลาเจอทีมรับลึกจัดๆ
 
2.2 การวางบอลยาวที่น้ำหนักทิศทางแม่นยำ รวมถึงลูกคิลเลอร์พาสระยะไกลน้ำหนักเยี่ยมที่ใช้การได้ ทั้งภาคอากาศและภาคพื้นดิน
 

 
2.3 การครองบอล ที่ถึงแม้มันจะโดนรุมแซะ เล่นยาก และเสียบอลบ่อยๆก็ตาม แต่ก็ถือว่า มันเอาชนะคู่แข่งได้เก่งดี
 
2.4 การเลี้ยงเอาชนะคู่ต่อสู้แบบ 1 on 1 ที่ไม่แปลกใจเลย เพราะไอ้ป็อกมีสกิลการเล่นบาสอยู่ด้วย คนเล่นบาสจะเข้าใจดี ดังนั้นการเลี้ยงเอาชนะคู่ต่อสู้แบบกินตัวนั้น ทำได้แน่ๆอยู่แล้วไม่ว่าใครหน้าไหนก็หยุดมันยาก ยิ่งจังหวะลากเลื้อยบอล เอาป็อกบาลงยากมากๆถ้าไม่เข้าบอลเร็วใส่มัน ปล่อยให้ป็อกพาบอลขึ้นหน้า ต้องใช้3ตัวแน่ๆอย่างต่ำ 2ตัวมันก็รอด
 
2.5 อื่นๆ เช่นการชาร์จจบสกอร์ ลูกโหม่งจากความสูง ข้อนี้ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ แต่ก็ใช้งานได้ นั่นก็คือสกิล finishing ที่พอจะกล้อมแกล้มไปได้
 

 
3. ดึงเอาจุดเด่นของข้อ 2.1 กับ 2.4 (เลี้ยงกินตัว + ยิงแถวสอง) มา จะเห็นว่า ศักยภาพสองอย่างนี้ของป็อก มันจะใช้งานได้เต็มที่ตอนที่ป็อกเล่นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ยืนสูง เติมเกมรุกขึ้นมาสูงร่วมกับเหล่าปีกกองหน้า
 
ส่วนข้อ 2.2 กับ 2.3 (วางบอลยาว ครองบอลแนวลึก) เป็นสกิลหลักของคนเล่นมิดฟิลด์แท้ๆ
 
ดังนั้น สิ่งที่ป็อกบามีอยู่นั้น มันเหมาะกับคนที่จะเล่นในตำแหน่งที่role และ positionนั้น ควบ2ตำแหน่ง คือ CM กับ AM เพื่อที่จะให้ป็อกบาได้ใช้ความสามารถครบๆทั้งสองตำแหน่ง การยืนของเขามันก็ควรจะเป็นตำแหน่งที่ไหลไปมาได้ระหว่างpositionสองตำแหน่งนั้น นั่นเอง
 

 
4. เมื่อรวบรวม และเรียบเรียงความสามารถที่โดดเด่นของมันแล้ว จะเห็นได้ว่า สกิลเพลย์ของป็อกบานั้น เหมาะและเข้ามากๆที่จะวางpositionการยืน และroleการเล่นของเขาไว้ในตำแหน่งของ “กองกลางตัวรุก” โดยที่ตำแหน่งการยืนของเขาที่ดีที่สุด จะต้องเป็นตำแหน่งที่ควบคู่กัน และอยู่กึ่งกลางระหว่าง Central Midfielder เบอร์6 กับ Attacking Midfielder เบอร์8/10
 
(นั่นก็คือ เอาCM กับ AM มาหารครึ่งทางนั่นเอง นั่นคือตำแหน่งที่ดีที่สุดของป็อกบานั่นแหละ หากไม่เห็นภาพ ก็นึกถึงTrequartista จะเป็นตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างหน้าต่ำกับกองหน้า ป็อกบาเองก็เป็น กึ่งกลางระหว่าง CMกองกลาง กับ AMCกองกลางตัวรุกนั่นเอง)
 
ป็อกบาควรยืนในตำแหน่งเบอร์8 ลักษณะของ “กองกลางด้านซ้ายที่เยื้องขึ้นมาสูงหน่อย แต่ไม่สูงถึงระนาบเบอร์10” หากเป็นศัพท์ก็น่าจะเป็น Advance Playmakerนั่นแหละ (8.5ก็เห็นภาพดีนะ)
 

 
เพราะมันจะเป็นตำแหน่งที่ใช้ความสามารถเขาได้เต็มที่ และครบถ้วนที่สุด เพราะการยืนลักษณะนี้ จะได้การโฮลด์บอลในแบบของมิดฟิลด์กลางสนามแท้ๆ และยังสามารถใช้เขาเป็นตัวพาบอลบุกขึ้นสูง และมีส่วนร่วมกับเกมรุกได้ด้วยอย่างอิสระเต็มที่ ซึ่งการมีส่วนร่วมที่ว่านั้น ป็อกบาจำเป็นจะต้อง “ได้รับอิสระในการบุกอย่างเต็มที่” อย่างแท้จริง เวลาที่เขาเติม และหลุดไปจากตำแหน่ง “กองกลาง”
 
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ มิดฟิลด์คนที่จะมาทดแทน cover ตำแหน่งที่เขาหลุดขึ้นสูงไป อย่างน้อยที่สุด 1.5 คน ที่จะมารองรับ และเล่นเกมป้องกันให้เขา หรือส่งบอลสนับสนุนเขาแทนจากด้านหลัง ซึ่งข้อนี้จะเห็นชัดที่สุดคือในยามที่ป็อกเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส เพราะมีทั้งก็องเต้ และ มาตุยดี้ ที่ช่วยโคฟแอเรียให้กับเขา จะอธิบายในพารากราฟถัดไป
 

 
จากข้อมูลที่ประมวลทั้งหมดด้านบนแล้ว ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า ป็อกบาควรยืนตำแหน่ง กองกลางplaymaker ที่เล่นกลางสนาม เยื้องสูงขึ้นมาทางซ้าย เกือบๆจะถึง กลางรุก หรือหน้าต่ำเบอร์10 นั่นแหละ ถึงจะเป็นตำแหน่งที่ใช้งานป็อกได้ยอดเยี่ยมสูงสุด นั่นคือความสามารถที่ดีที่สุดของป็อกบา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเราโฟกัสมองแต่ป็อกบา มันก็จะกลายเป็นว่าเอาทีมไปยึดโยงกับเขาคนเดียว หากหมอนี่เจ็บขึ้นมา ทีมจะทำยังไง ต้องดูความเหมาะสมของทีม และตำแหน่งที่ขาดด้วย
 
ซึ่งพูดตรงๆคือ ตำแหน่งที่ทีมขาด มันคือทั้งสองตำแหน่งที่ป็อกบาควรไปยืนทั้งนั้น เลือกตำแหน่งหนึ่ง ก็จะมีรอยโหว่ที่อีกตำแหน่งหนึ่งชัดเจน
 

 
กล่าวคือ ถ้าดึงดันจะใช้ป็อกยืนมิดฟิลด์ตัวต่ำ เราก็จะเสียโอกาสในการใช้เขาขึ้นไปเล่นเกมรุก หรือภาษาชาวบ้านเรียก เสียของ อย่างที่เราทราบกัน
 
แต่!
 
ในสภาวะที่แมนยูกองกลางกระจอกมากกกกก การจะเอาป็อกขึ้นไปเล่นเบอร์10เต็มตัว มันก็จะทำให้กองกลางโบ๋อีก เพราะเราไม่มีตัวโคฟด้านหลังดีๆแบบก็องเต้ มาตุยดี้เลย สิ่งที่เรามี มีแค่ แม็คโทมิเนย์คนเดียว ในขณะที่ เฟร็ดไม่ฟิต ฟอร์มก็ไม่ดี / มาติชที่หมดเกลี้ยงไปแล้ว หมดจากป็อกบาไป เราเหลือแค่แม็ค ส่วนเฟร็ดมาติชนี่แทบจะหวังไม่ได้ ดังนั้นบอกเลยว่า นี่คือปัญหาใหญ่ชัดเจนที่เราจำเป็นต้องหาทางแก้ให้ได้ ทั้งการหากองกลางด้านหลังป้อกมาอีกหนึ่งตัว และ กองกลางด้านหน้าป็อกอีกหนึ่งตัว
 
พูดแล้วก็เหนื่อยใจ T____T
 

 
ดังนั้นสรุปแล้ว คู่มือการใช้งานป็อกบานั้น ณ ตอนนี้ปัจจุบัน เราไม่สามารถใช้งานป็อกได้เต็มที่ เรียกง่ายๆว่าเสียของ เป็นการเสียของเพราะว่า “สถานการณ์จำเป็น” เพราะว่า เราขาดกองกลางจริงๆ ทั้งกลางรับ กลางรุก ซึ่งไอ้ป็อกต้องทำหน้าที่หมดทั้งสองอย่าง และการจะลากเขาไปตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็เป็นการเสียของทั้งคู่ อย่างที่บอก ถ้าดันขึ้นไปสูงมาก กองกลางก็หาย แต่ถ้าจับเล่นกลางต่ำอย่างเดียว ก็ไม่ได้ใช้ความสามารถเชิงรุกของเขาอีก
 
แมนยูไนเต็ดไม่มีทางเลือกเลยในตอนนี้
 
ส่วนทางด้านโซลชา ถามว่าเขามีคู่มือการใช้ป็อกไหม ผมว่าเขามีนะ ดูจากแผนของปีที่แล้ว ตอนที่เรายังมีกองกลางเต็มทีม ทั้งเอเรร่า เฟลไลนี่ ยังอยู่ / มาติชในยามที่ฟอร์มยังไม่ตกมาก โซลชาใช้ป็อกเล่นในroleถนัดของเขาได้ดี แต่ตอนนี้สิ่งที่โอเล่ทำ ก็คือการให้ป็อกบายืนต่ำคุมแผงกลาง ในรูปแบบเดียวกับสมัยมูชัดเจน เพียงแต่ว่า ป็อกมันอาจจะเข้าใจสถานการณ์ของทีมตอนนี้ได้ดี ไม่เหมือนกับความอึดอัดที่โดนบังคับเล่นสมัยมู
 
สรุปได้ง่ายๆเลยว่า โซลชามีคู่มือการใช้งานป็อก แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้ได้
 

 
ด้านบนทั้งหมดคือสิ่งที่เราสรุปกันเอาเองในฐานะแฟนบอล แฟนแมนยูที่ดูและติดตามมาตลอดทุกนัด เราจะเห็นเรื่องต่างๆเหล่านี้ชัดเจน ต่อจากนี้คือการวิเคราะห์ตำแหน่งการเล่นและการยืนของป็อกบา โดยสรุปการใช้งานทั้งหมดที่ผ่านมาในทุกๆทีมของป็อกบา ซึ่งที่เราจะเห็นชัดมากขึ้น ก็คือการเล่นของป็อกในยามที่อยู่กับ ทีมชาติฝรั่งเศส และตอนอยู่กับ ยูเว่ ที่หลายคนคงจะเห็นกันดีว่า มันมีความแตกต่างกันยังไง กับตอนเล่นกับแมนยูสองยุค คือ มู กับ โซลชา
 
หากไปดูตอนอยู่ยูเว่ แน่นอนว่า ป็อกบาที่กำลังขึ้นมานั้น ดูเก่ง ดูเฟี้ยวฟ้าวมากๆ เพราะเขาได้ใช้สกิลเพลย์ในการรุกอย่างเต็มที่ หากไปเปิดคลิปป็อกตอนอยู่ยูเว่ ก็จะเห็นแต่การพังประตู การยิงแถวสองลูกไฟสวยๆทั้งนั้น นั่นก็เป็นเพราะอิสระและการเล่นในตำแหน่งหมายเลข10ส่วนหนึ่งที่เขาได้รับ ดังนั้นมันจึงได้อิสระในการบุกเยอะ จากภาพนี้ ในยุคของกรี้นั้น ชัดเจนว่ายืนเป็นหัวยอดของ4-4-2diamondเลย ยืนตำแหน่งนี้ มีลูกยิงสวยๆเยอะตามในคลิปก็ไม่น่าแปลกใจ
 
ส่วนด้านหลังของเขาก็ดูเอาเองว่า ใครยืนรายล้อมอยู่ในแผงกองกลาง ไม่ต้องแปลกใจ!!
 

 
ส่วนการเล่นกับทีมชาติฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ผมคิดว่า ตำแหน่งและหน้าที่ที่ดีที่สุดของเขา ก็คือตอนเล่นกับฝรั่งเศสนั่นล่ะ กับการยืนมิดฟิลด์ที่ได้รับอิสระในการเติมสูงมากจากทุกๆด้านของแนวรุก ทั้งจากตรงกลาง หรือถ่างออกไปรุกด้านข้างที่ทำบ่อยๆและได้ผลในฟุตบอลโลกด้วย เรียกได้ว่าเป็นตัวฟรีเลยทีเดียว ส่วนหน้าที่กลางสนาม เขามีลูกหาบสองคนคอยช่วยอุดรูอยู่แล้ว ยิ่งเจิดจรัสเข้าไปใหญ่ จะเห็นได้ชัดจากภาพนี้
 
0
 
จะเห็นได้ว่า ป็อกบานั้น ไม่ต้องแบกภาระในตำแหน่งไหนเลย ทั้ง CM ที่มีก็องเต้ กับ มาตุยดี้ ที่เล่นกึ่งๆปีกซ้าย จะลงมารองให้เสมอๆ ส่วน ด้านหน้า เขาจะไปอยู่ตรงไหนก็ได้ไม่ฟิกซ์ตายตัว เพราะมี กรีซมันน์ ทำเกมรุกอยู่แล้ว ด้านข้างก็มีน้องเป้ของวิ่งกระชากทำลายคู่แข่งอีก ส่วนหน้าสุดยังมีกิราวด์คุง คอยพักบอลอยู่ด้วย ซึ่งพี่หล่อของเราแม้จะ0ประตู แต่ก็ทำให้ป็อกบามีช่องว่างจู่โจมได้อย่างดี
 
เป็นตัวฟรีที่ทำเกมรุกได้จากทุกตำแหน่งบนสนาม โดยที่ไม่ต้องพะวงตำแหน่ง เพราะมีคนทดแทนอยู่ทุกจุดจริงๆ
 
ทีนี้ เมื่อย้ายมาแมนยูไนเต็ดบ้าง ในยุคแรก โดยเฉพาะช่วงที่มีปัญหากันกับมูรินโญ่นั้น ส่วนใหญ่ป็อกจะอึดอัดกับแทคติก และเขาก็ถูกวางตำแหน่งให้ยืนแบบในรูป แดนหน้ากับปีกเนี่ย ป็อกไม่ได้เติมขึ้นไปมากนัก เพราะว่า มีทั้งรูน มิคกี้ ลินการ์ด ยืนอยู่ข้างหน้า แถมหน้าสุดตัวเป้าก็ยังมีสลาตันอีก ซึ่งที่เราเห็นบ่อยๆก็คือ การวางบอลจากแนวลึกไปถึงสลาตัน ให้จบสกอร์ได้ นี่คือรูปแบบที่เกิดขึ้นในช่วงปีแรกของมู ตัวเขาเองก็ยืนคู่กับเฟลไลนี่ที่อยู่ต่ำและโคฟเกมรับให้ได้ดี ในระยะแรก
 

 
ทีนี้พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เขาที่ถูกกดให้ยืนต่ำอยู่ตลอด เมื่อผลงานมันไม่เข้าฝัก และเจ้าตัวก็อยากจะเล่นรุกมากกว่านี้ มันจึงเกิดเป็นคลื่นใต้น้ำ และการหักกันขึ้นมาอย่างที่เราทราบกันดี ตอนที่สลาตันอยู่ มันมีคนฝากบอล มีคนจบสกอร์ให้ ปัญหาจึงยังไม่ปะทุ แต่พอตัวหลักแดนหน้าออกไป แล้วมันเหลือแต่คนอย่างแรชฟอร์ด ลินการ์ด มาร์กซิยาลยืนอยู่ข้างหน้า พอเกมรุกเริ่มย่ำแย่เพราะไอ้สามตัวนี้เล่นกันห่วยมาก ป็อกบาจึงเริ่มเกิดความอึดอัดในการเล่นที่ไม่มีใครเติมเต็มเขาได้นั่นเอง กองหลังข้างหลังนี่ไม่ต้องพูดถึง มีแต่สมอลลิ่งฟิลโจนส์ จารย์ยัง ที่เล่นบอลกันไม่เป็น ไม่ต้องบอกเลยว่ามันเกิดปัญหาตรงไหน
 
เอฟเฟ็กต์การย้ายออกของอิบรา ทำให้ปัญหาการยืนตำแหน่งนี้ของป็อก ปะทุและเปิดแผลออกมาชัดเจนว่า “ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดที่เขาควรยืน”
 
สุดท้าย การใช้งานของเขาในยุคโอเล่ครึ่งหลังปี2019 ซึ่งฟอร์มดีเยี่ยมในช่วงแรกๆนั้น ก็จะเป็นแบบในรูป
 

 
จากรูปนี้จะเห็นได้ว่า นี่คือตัวแทนหนึ่งของการใช้งานป็อกบาในปีที่แล้ว และผลงานของทีมดีแบบเห็นได้ชัด จากในรูปก็ช่วงนัดเจอปารีส ส่วนเกมแรกๆอื่นๆนั้น ก็จะยืนลักษณะนี้แหละ แต่เปลี่ยนจาก แม็ค เป็นมาติช ที่รองอยู่ด้านหลัง และตัวยืนข้างๆอย่าง เอเรร่า ก็ทำหน้าที่ระนาบของเฟร็ด และจะคอยวิ่งมาช่วยรองให้ป็อกเช่นกันทั้งสองตัว ส่วนป็อกเองนั้นก็สามารถขึ้นสูงได้ และสนับสนุนกองหน้าสองคนของเราได้เช่นกัน ตามรูป นี่คือสิ่งที่โซลชาใช้ ซึ่งมันถูกต้องเช่นกัน
 
สรุปทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผมขอฟันธงได้เลยว่า สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับป็อกบานั้น มีอยู่หลายข้อดังนี้
 
1.ควรมีมิดฟิลด์อยู่ด้านหลังเขาอย่างน้อย 2 ตัว เพื่อที่จะทดแทนตำแหน่ง/ coverพื้นที่ / เล่นเกมรับแดนกลางแทนเขา
 
2.ป็อกบาควรได้รับอิสระในการเติมเกมรุกสูง ข้อนี้ชัดเจนมากตอนอยู่ยูเว่ ฝรั่งเศส และ แมนยูโซลชาช่วง10เกมแรก โดยเฉพาะตอนเล่นเบอร์10กับยูเว่นี่ ชัดเจนเลย แววมยุราออกมากๆจนทำให้เขาโด่งดังจนถึงตอนนี้นั่นเอง
 
ดังนั้น ข้อสรุปที่ดีที่สุดก็จึงเป็นการให้เขาเล่น “มิดฟิลด์ตัวรุกที่ยืนสูง” ในลักษณะอิสระ ตำแหน่ง8.5เนี่ยละดีที่สุด และทั้งหมดนี้คือคู่มือการใช้ป็อกบาอย่างเต็มศักยภาพและสิ่งที่เขามี ดังที่มันควรจะเป็น
 

 
แต่ในตอนนี้ เมื่ออ่านแล้ว เราก็จะต้องดึงแฟนผีกลับมาสู่ความเป็นจริงซ้ำกันอีกครั้งว่า สถานการณ์ตอนนี้ กับตัวผู้เล่นที่มีนั้น โอเล่ไม่มีทางเลือก และจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นในการใช้ป็อกบา นั่นก็คือ “การยืนต่ำคุมบอลแดนกลาง แล้วใช้บอลแทงยาวหรือคิลเลอร์พาส ในการแทงให้ตัวรุกความเร็วสูง เล่นเกมเร็วใช้พื้นที่สวนกลับ” นี่ก็คงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ เพราะทีมก็ฝึกซ้อมและทำได้ดีในเกมสวนจริงๆ แต่ก็ต้องแลกกัน เราต้องเสียจินตนาการ และการสร้างสรรค์เกมรุกจากเขาไปแบบเต็มๆ เพราะเราไม่มีกลางรุกคุณภาพดีเลย
 
หลังจากได้ดูฟอร์มกะหลั่วๆของ ลินการ์ด เปเรร่าแล้วนั้น ได้แต่หวังว่า โอเล่จะแก้จุดตรงนี้ที่ไม่สามารถเอาป็อกบาขึ้นสูงได้ หวังว่าจะทดแทนด้วยการส่ง มาต้า หรือ อังเคล โกเมส ลงในตำแหน่งกลางรุกแทน แล้วพยายามพาโอกาสให้ป็อกบา ได้มีจังหวะรุกอิสระบ้างหากจะเปลี่ยนformationเป็น 4-3-3 โดยให้เขายืนกลางเยื้องสูงทางซ้าย แล้วด้านหลังเขามี แม็ค เฟร็ด(มาติช) นั่นเอง
 
ปัญหากองกลางแมนยู คือปัญหาหนักจริงๆที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยไวในมกรานี้ หรือซัมเมอร์หน้า ทั้งกลางรุก และกลางรับ จำเป็นต้องซื้อตัวดีๆเข้ามาเลย เหมือนแก้ปัญหาแผงหลังที่มี แมกไกวร์กับบิสซาก้าเข้ามา นั่นแหละปัญหาเดียวกัน นี่ยังไม่รวมเคสที่สุ่มเสี่ยงจะต้องเสียป็อกไปอีก เพราะเจ้าตัวน่าจะไปทีมใหญ่แน่ๆละปีหน้า คงไม่ทนแล้วผมเชื่อเช่นนั้น ซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไร ขอแค่ระหว่างที่อยู่ เล่นเต็มที่ เป็นมืออาชีพเหมือนตอนนี้ที่ทำ ผมถือว่าโอเค แต่ตอนนี้คือ นักเตะกองกลางมันขาดตัวดีๆจริงๆนั่นแหละ จะรอแม็ค รอการ์เนอร์เก่ง กว่าจะถึงตอนนั้นทีมก็ตกไปอยู่กลางตารางจริงๆแล้ว
 
เมื่อบอร์ดไม่จัดตัวดีๆมาให้ บาปจึงมาตกกับป็อกบาเหมือนในตอนนี้ที่เขาแบกจนหลังหักนั่นเอง
 

 
ขอบคุณบทความจาก ศาลาผี

© All Rights Reserved, Manu.in.th