โรงละครไม่ใช่ความฝันของทุกคน

 

อเล็กซิส ซานเชซ ย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงคำถามว่า “ทำไมเขาถึงล้มเหลวกับการค้าแข้งที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด?”
 
อเล็กซิส ลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด 45 นัดจากทุกรายการ ทำไปได้เพียง 5 ประตู และอีก 9 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าไม่ใกล้เคียงกับคำว่า “ประสบความสำเร็จ” แม้แต่นิดโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงค้าแข้งที่อาร์เซน่อล
 
จากคนที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้ากับการค้าแข้งที่โรงละครแห่งความฝัน กลายเป็นพบคำตอบว่า “โรงละครแห่งนี้ไม่ใช่ความฝันของทุกคนเสมอไป”
 
เพราะสาเหตุใดที่ทำให้ อเล็กซิส ซานเชซ ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ทั้งที่ย้ายไปสวมเครื่องแบบอสูรแดงในช่วงที่กำลังพีคที่สุดก็ว่าได้
 
???
 
สาเหตุแรกน่าจะมาจากระบบการเล่น ตอนอยู่กับอาร์เซน่อล หรือกระทั่ง บาร์เซโลน่า อเล็กซิส ได้เล่นเกมรุกเต็มรูปแบบ มีอิสระในการสร้างสรรค์เกม การเคลื่อนที่ สมองโล่งเต็มที่สำหรับการระเบิดไอเดียในการเล่นออกมา
 
ต่างจากการเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดช่วงแรกยุค โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ต้องช่วยเกมรับมากกว่า ต้องคอยช่วยไล่บอล ช่วยเบรกเกมรุกคู่แข่งตั้งแต่แดนบน
 
พอมาถึงยุค โซลชา ที่เน้นเกมรุกมากกว่า แต่จังหวะของ อเล็กซิส ก็ไม่ดีเมื่อสภาพร่างกายไม่เต็มร้อย อีกทั้ง โซลชา ก็เน้นให้โอกาสดาวรุ่งมากกว่า
 
เมื่อรวมกับฟอร์มการเล่นที่ถูกวิจารณ์มาตลอดเกือบปีก่อนโซลชาเข้ามา กุนซือชาวนอร์เวย์จึงไม่มองว่า อเล็กซิส สามารถเป็นตัวหลักในแนวรุกได้ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนในฤดูกาลนี้ที่เลือกฝากความหวังเอาไว้กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด
 
เพื่อนร่วมทีมที่เล่นด้วยกันก็มีส่วนสำคัญ อเล็กซิส ซานเชซ เล่นเข้าขารู้ใจกับ เมซุต โอซิล อย่างมากสมัยค้าแขังที่อาร์เซน่อลเพราะเซนส์ฟุตบอลทันกัน
 
ทั้งคู่สลับกันยิงสลับกันจ่ายได้ตลอด คนหนึ่งได้บอล อีกคนก็รู้โดยอัตโนมัติว่าต้องวิ่งหรือทำอะไรต่อไป
 

 
นอกจากนี้ อาร์เซน่อลยังมีผู้เล่นที่มีความขยันอย่าง อาร่อน แรมซี่ย์ และ ซานติ กาซอร์ล่า คอยซัพพอร์ต จังหวะการเล่นของ อเล็กซิส-โอซิล จึงไหลลื่น มีความต่อเนื่อง
 
ระบบการเล่นในยุคของ เวนเกอร์ ก็ถือว่าแข็งแกร่ง มีสไตล์เฉพาะตัว แม้ช่วงท้ายก่อนกุนซือชาวฝรั่งเศสอำลาตำแหน่งจะดร็อปลงไปมากก็ตาม
 
ที่แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นอย่าง ปอล ป็อกบา ที่ทักษะเฉพาะตัวสูง แต่การเล่นของ ป็อกบา มีข้อเสียคือดึงจังหวะและเก็บบอลกับตัวมากไปซึ่งคล้ายกับ อเล็กซิส
 
2 คนสไตล์คล้ายกันต้องเล่นร่วมกัน จังหวะการเล่นจึงชะงักบ่อย โดนเพรสโดนบีบเร็วก็เสียบอล จากโอกาสที่กำลังเล่นเกมรุกกลายเป็นต้องรับทันที
 
เรื่องค่าเหนื่อยมหาศาลที่ อเล็กซิส ซานเชซ รับมากถึงสัปดาห์ละ 500,000 ปอนด์ เหมือนเป็นเรื่องนอกสนามที่ไม่เกี่ยว ทว่าเกี่ยวแน่นอนเพราะยิ่งค่าเหนื่อยมาก ก็ต้องแบกรับความคาดหวังจากรอบข้างในระดับที่สูงเช่นกัน
 
การได้ค่าเหนื่อยแพงไม่ใช่ความผิดของ อเล็กซิส ซานเชซ เพียงแต่เขาก็ต้องทำผลงานให้คุ้มกับที่แมนฯ ยูไนเต็ดกล้าจ่าย
 
เขาถูกเพ็งเล็งตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามซึ่งเมื่อผลงานไม่คลิกและต่ำกว่าที่เคยทำได้กับอาร์เซน่อล เสียงวิจารณ์ การตั้งคำถามก็มีเพิ่มมากขึ้น ความกดดันก็ทับถมเพิ่มเป็นเงาตามตัว
 
บางคนบอกว่าเป็นอาถรรพ์ “เบอร์ 7” ที่ อเล็กซิส สวมใส่เพราะนับตั้งแต่ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายออกไปก็แทบไม่มีใครทำได้ดีเลย ส่วนใหญ่ล้มเหลว แต่เรื่องเบอร์เสื้อคงขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน
 
สาเหตุต่อมาคือ สภาพร่างกายของ อเล็กซิส ในช่วงหลังที่ไม่แกร่งเหมือนเดิม ทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้ต่อเนื่อง กว่าจะหาจังหวะการเล่นที่ดีได้ก็เจ็บซ้ำอีก จึงเป็นไปได้ยากที่จะรักษาผลงานให้สม่ำเสมอ
 
สไตล์การเล่นใช้พละกำลังค่อนข้างมาก หลายจังหวะเล่นยากเองโดยเฉพาะการเปลี่ยนสเต็ปเร็ว-ช้า ซ้าย-ขวา แม้ร่างกายกำยำ แต่ด้วยสรีระที่ค่อนข้างเล็กทำให้ออกแรงมากอยู่ดีเมื่อต้องเจอคู่แข่งที่ร่างกายสูงใหญ่กว่า
 

 
อเล็กซิส เล่นฟุตบอลอาชีพมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ตอนนี้อายุ 30 ปีแล้ว ร่างกายก็น่วมเป็นธรรมดา แถมช่วงก่อนย้ายรวมทีมแมน ยูไนเต็ด ก็ลงเล่นอย่างต่อเนื่องแถมไม่ได้พักโดยเฉพาะการเล่นให้ทีมชาติชิลี 4 ซัมเมอร์ติดต่อกัน
 
ฟุตบอลโลก 2014 ต่อด้วย โกปา 2015 แล้วก็ โกปา 2016 (เซนตานาริโอ) รวมถึง ฟีฟ่า คอนเฟดฯ 2017 นี่ขนาดชิลีตกรอบฟุตบอลโลก 2018 ด้วยนะ ไม่งั้นได้ลากยาวถึง 5 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน
 
เล่นในพรีเมียร์ลีกก็อ่วมระดับหนึ่งอยู่แล้วเพราะสไตล์ถึงลูกถึงคนของฟุตบอลอังกฤษ ไปเล่นทีมชาติก็ไม่ต่างกัน หลายทีมงัดลูกหนัก ทั้งเตะทั้งอัดเพื่อหยุด อเล็กซิส ที่ถือว่าเป็นตัวอันตรายที่สุดของชิลี
 
บางคนวิจารณ์ว่า การที อเล็กซิส ซานเชซ มีโลกส่วนตัวสูงเกินไป ทำให้ชีวิตนักฟุตบอลไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น
 
เรื่องนี้ อเล็กซิส ซานเชซ ถูกพูดถึงพอสมควรตั้งแต่สมัยเล่นให้อาร์เซน่อล เขาแทบไม่มีกิจกรรมนอกสนามกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น คือมีน้อยมากแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่เกี่ยวกับสโมสร การไปแฮงค์เอาท์แบบผู้ชายๆ แทบจะนับครั้งได้
 
สิ่งที่เห็นบ่อยเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์นอกสนามของ อเล็กซิส คือการเล่นกับน้องหมา 2 ตัวที่บ้าน
 
ทว่าสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตนอกสนามและความเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่กระทบกับการเล่นในสนามคือการมี อาร์แซน เวนเกอร์ ที่คอยดูแลเอาใจใส่ คอยประคับประคองและเป็นที่ปรึกษาได้ตลอด
 
ความเป็นคนสันโดษของ อเล็กซิส ไม่ได้เปลี่ยนเมื่อย้ายไปแมนฯ ยูไนเต็ด ว่ากันว่าในหลายครั้งเขาเลือกนั่งทานอาหารคนเดียว ไม่เข้าไปร่วมกลุ่มกับคนอื่น
 
ภาพลักษณ์ของการเป็นคนที่เข้าถึงยากก็เริ่มทำให้คนอื่นไม่อยากสุงสิงอะไรมากด้วย ยิ่งการมีค่าเหนื่อยมหาศาลแปะอยู่ที่หัว ยิ่งเลี่ยงไม่ได้กับการถูกแบ่งชนชั้นว่าไม่ได้อยู่เกรดเดียวกับผู้เล่นคนอื่นในทีม
 
ความสัมพันธ์นอกสนามที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม ส่งผลในด้านบวกกับการเล่นในสนามเพราะมีความเข้าใจกัน และรู้ในความคิดความอ่านกันระดับหนึ่ง
 
ทั้งหมดที่ไล่เรียงมาน่าจะมีส่วนมากบ้าง น้อยบ้าง รวมถึงปัจจัยอื่นที่คนภายนอกอาจไม่รู้ และมีเพียง อเล็กซิส ซานเชซ ที่น่าจะรู้
 
หรือบางทีก็อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
 

 
ทีเด็ดดีๆฟรีๆ มีได้ทุกวัน ไม่อยากพลาดทีเด็ดแบบถึงมือแอดซะ https://rebrand.ly/hiachai
 
ขอบคุณบทความจาก ทอมมี่ ท่ามะกา

© All Rights Reserved, Manu.in.th