โชคดีนะผู้ชายหัวใจสีแดง เอร์เรร่า

 

จริงอยู่ที่เด็กสมัยนี้เชียร์แมนยูแล้วไม่มีใครเป็นไอดอลเพราะกากกันหมด แต่ช่วงตกต่ำเช่นนี้เอเรร่านี่แหละคือนักเตะคนเดียวในยุคที่เรารักหมดหัวใจ
 
บทความนี้คงจะไม่มีข้อมูลอะไรที่ลึกซึ้งจะสำคัญไปกว่าความรู้สึกที่จะกล่าวถึงอดีตนักเตะของเราที่เพิ่งจะถูกสโมสรปล่อยหมดสัญญา และเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัว เปิดตัวกับทาง Paris Saint-Germain F.C. เรียบร้อยแล้วด้วยค่าเหนื่อยราว 200k สัญญาระยะยาวถึงปี2024
 
เขาคนนั้นคือ Ander Herrera มิดฟิลด์ผู้ซึ่งทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาตลอด5ปีที่ผ่านมา
 
เส้นทางชีวิตของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งมีพื้นเพอดีตจากBilbao ประเทศสเปน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นบาสก์ เริ่มต้นชีวิตนักเตะเยาวชนวัยรุ่นกับ Real Zaragoza ก่อนที่จะย้ายสู่ทีม Athletic Bilbao บ้านเกิด จากนั้นปี2014 เราจึงได้เห็นเขาย้ายมาสู่สีเสื้อของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างที่ทราบกัน
 
ซึ่งฟอร์มการเล่นของเอเรร่าสมัยอยู่บิลเบานั้นต้องบอกว่า เตะตา และโดดเด่นมากๆ แมตช์นั้นวิ่งไล่กิ๊กส์ ปะทะรูนีย์ เล่นมีเพลย์ที่ยอดเยี่ยมจนทำให้แมวมองของเราสนใจและดึงตัวมาในที่สุดในยุคของอาจารย์หลุยส์ Louis Van Gaal นั่นเอง นั่นคือที่มาของเอเรร่า
 

 
ความประทับใจแรกสุดของเอเรร่า ฟอร์มการเล่นของเขาตื่นตาตื่นใจมากในฐานะมิดฟิลด์เชิงรุกที่มีเซนส์บอลสูงมาก และผมเชื่อว่า ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เซนส์บอลของเอเรร่ายังคงที่เช่นเคย เพียงแค่ว่าระยะหลังๆเขาไม่ได้มีโอกาสรับหน้าที่ทำเกมบุกด้วยตัวเองเท่าใดนัก แต่ภาพติดตาของผมคือ คิลเลอร์พาส ของเอเรร่าในช่วงแรกๆนั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับตัวเองว่า “นี่แหละ นักเตะคนนี้คือสิ่งที่แมนยูไนเต็ดต้องการ”
 
เราขาดมิติการบุกแบบภาคพื้นทวีป คือเล่นบอลพื้น จ่ายเร็ว แทงช่อง ในสไตล์บอลสเปนเช่นนี้ ซึ่งช่วงนั้นก็เป็นยุคเปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่แทคติกการเล่นแบบบอลสมัยใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและการเพรสซิ่งอย่างหนักหน่วงแล้ว ซึ่งอังเดร เอเรร่า ถือเป็นนักเตะที่สามารถนำเข้าไปสู่ทุกแผนที่เป็นสไตล์นี้ได้เลยไม่ว่าจะรับหรือรุก การเล่นบอลช่องเร็วอย่างชาญฉลาด คือสิ่งที่เอเรร่ามี และใครที่มีนักเตะเช่นนี้อยู่ในแผงกองกลาง มันจะทำให้เกมเร็วขึ้น และคู่ต่อสู้จับทางได้ยากขึ้นจริงๆ อันจะส่งผลไปถึงเกมรุกแดนหน้าที่จะมีโอกาสบุกอยู่ตลอดเวลา
 

 
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในตัวนักเตะคนนี้ มีอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความอดทน” ที่เขามีให้กับสโมสรที่เขารัก ซึ่งเอเรร่า แสดงออกให้เห็นอยู่เสมอว่า เขานั้นรักแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหมดหัวใจเพียงใด .. เอเรร่าที่ถูกซื้อตัวมา ถูกมองจากผู้จัดการทีมในฐานะฟันเฟืองนักเตะมิดฟิลด์คนหนึ่ง แต่ไม่ใช่นักเตะตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคของหลุยส์ฟานกัล ไล่มาจนถึงสมัยของน้ามูก็ตามที เอเรร่าไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวรได้แบบยาวๆ แต่บ่อยครั้งที่เขา “ไม่ได้ลงเล่น” และทำได้แค่เชียร์เพื่อนอยู่ในม้านั่งสำรองข้างสนามเท่านั้นในยุคก่อน ทั้งยุคจารย์หลุยส์ และน้ามูก็ตามที
 

 
แต่สิ่งที่เอเรร่าทำนั้น ไม่เคยมีอาการงอแง (ทั้งที่จริงๆแล้วเรื่องการโดนดรอปของนักฟุตบอลนี่เรื่องใหญ่นะ ถ้าเป็นผมผมก็อาจจะอดทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวเหมือนกัน แล้วไปหาที่อื่นที่เขาเห็นคุณค่าและส่งเราลงตัวจริงดีกว่า) เอเรร่าไม่บ่น ไม่ด่า ไม่เรียกร้องอะไรออกสื่อ หรือสร้างความวุ่นวายให้ผู้จัดการทีมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขายังคงทำงานต่อไปเรื่อยๆอย่างหนัก จนกระทั่งโอกาสมาถึงเขา และทุกครั้งที่เอเรร่าได้โอกาสลงสนาม เขาจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่สุดความสามารถทุกครั้ง
 
เหมือนทุกนัดมันเป็นนัดสุดท้ายในชีวิต ที่พรุ่งนี้จะไม่ได้เตะบอลอีกแล้ว
 
เรื่องนี้ทำให้ผม “เคารพและยกย่อง” อังเดร เอเรร่ามาก ในแง่ของ”ความเป็นมืออาชีพ”ระดับสูงที่มีความอดทนอย่างมาก มากขนาดที่คิดว่า ถ้าเป็นคนอื่นน่าจะทำเรื่องขอขึ้นtransfer listตั้งแต่หลายปีที่แล้วไปแล้ว แต่เอเรร่าก็ยืนหยัดต่อสู้แย่งตำแหน่ง และเป็นแบ็คอัพฟันเฟืองที่แข็งแรงให้ทีมมาตลอด นี่คือสิ่งที่น่าเคารพมากที่สุดในตัวนักเตะคนนี้
 

 
ส่วนเรื่องอื่นนั้น แน่นอน Passionของเขา และความ”อิน” ความรักในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไม่ต้องบอกว่ามันมากขนาดไหนข้อนี้ทุกคนคงรู้กันดีจากนิสัย จากการแสดงออกของเขา ผมยังจำได้ดีภาพที่เอเรร่าอยู่ม้านั่งสำรอง แล้วเพื่อนยิงได้ ทำประตูได้ ไอ้หมอนี่วิ่งดีใจยิ่งกว่าคิปโชเก้ที่กำลังจะทำลายสถิติโลกกำแพง2ชั่วโมงฟูลมาราธอนในอนาคตเสียอีก บางคนถูกหวยรางวัลที่1ยังไม่ดีใจเท่าเอเรร่าบนม้านั่งสำรองเลยมั้ง! (ฮา) คือไอ้หมอนี่อินมากกกกที่สุดในสามโลก ไม่ว่าจะเป็นคนเตะเอง หรือเชียร์เพื่อนร่วมทีมเตะก็ตาม ผมรู้ได้เลยว่าเขามีpassionกับฟุตบอลและสโมสรเรามากมายขนาดไหน
 
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเอเรร่า หรือว่าที่คนไทยชอบแทนชื่อเล่นแกว่าพี่น้อย วงพรู หรือจะเรียกพี่เอ๋ก็ตาม อย่างนึงที่ต้องบอกว่า มันฮา และเป็นภาพจำสุดๆคือ แกเนี่ยเป็นนักเตะประเภทจอมโวยวาย เป็นตัวขี้ฟ้องจารย์ตัวยงคนนึงเลย (ฮา) ภาพจำยังชัดเจน ทุกครั้งที่แกได้ลงสนาม ไม่ว่าจะเสียฟาล์ว หรือไม่ได้ฟาล์ว แกมักจะรีบทำหน้าคิ้วขมวดเหมือนในรูป แล้วปรี่เข้าไปคุยกับจารย์เชิ้ตดำเสมอ เวลาไม่ได้ฟาล์ว แกก็ทำหน้านิ่วแล้วรีบไปฟ้องเลยว่า
 
“โห่ จารย์ ไรอ่ะ ไมไม่ฟ๊าาล์ววววว”
 

 
เป็นภาพจำที่แฟนผีเห็นกันจนคุ้นเคยถ้าใครสังเกต และจะบอกว่า เห็นหน้าอ่อนๆติ๋มๆแบบนี้ โอโห พี่น้อยแกเอาเรื่องอยู่นะ ไอ้ประเภทจ็อบใต้ดิน เทรดของตลาดมืด มือโปรดาร์คเว็บรับทำงานสกปรกทุกรูปแบบ แกไม่เคยขาด เรียกง่ายๆว่างานประเภทเล่นตุกติก นอกเกม แกมีครบในระดับแพรวพราวเลย แถมกรรมการจับไม่ได้ด้วย (มันดีตรงนี้ ไม่เหมือนสโคลส์ 555) งานตัวโกงทุกประเภทไอ้หมอนี่เล่นได้หมด ไม่ใช่นักเตะประเภทที่ว่าจะเสียเหลี่ยมลูกตุกติกเลย ถึงจะตัวเล็กกว่าชาวบ้าน แต่พี่แกแม่งไม่เคยกลัวใครจริงๆ
 
ซึ่งเรื่องนี้นั้นสาเหตุที่ต้องกล่าวขึ้นมา เพราะมันเป็นภาพความทรงจำที่เรายังจดจำเขาอยู่ ซึ่งสิ่งที่เขาทำทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้น มันคือสิ่งที่ทำให้เรา “รัก” อังเดร เอเรร่า กันโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นเพราะว่า เขาคือนักเตะหนึ่งเดียวในยุคนี้ที่มี DNA ของ Manchester United ชัดเจนมากที่สุดในระดับที่สัมผัสได้ นั่นก็คือ “การทุ่มเทจิตวิญญาณและทุกๆอย่างลงในสนามเพื่อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด”
 
เขาพร้อมที่จะสู้ตายเพื่อปีศาจแดงเสมอ
 

 
เอเรร่านั้นคือนักฟุตบอลที่มีระดับความทุ่มเทในทุกๆนัดสูงมาก แม้ตัวจะเล็กแต่ไม่เคยกลัวการเข้าบอล ปะทะ บวกกับคู่ต่อสู้ที่มีขนาดใหญ่กว่า และเมื่อเขาเสียบอล หรือทีมกำลังเพลี่ยงพล้ำ เอเรร่าไม่เคยถอดใจที่จะหยุดวิ่ง ไม่เคยทำหน้าแบบว่า “กูไม่เอาแล้ว” เหมือนที่เด็กๆในทีมหลายคนทำ ไม่เคยแสดงท่าทางยอมแพ้ให้พวกเราเห็น
 
ปรัชญาของแมนยูไนเต็ดคืออะไร? มันคือการทุ่มเทสุดชีวิตและไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้าย
 
คุ้นๆไหม.. ใช่ นั่นแหละคือตัวตนของเอเรร่าแบบเต็มๆเลย!
 

 
นี่คือความจริงที่น่าพรั่นพรึงว่า หากพวกคุณ และผม หลายๆคนที่เชียร์แมนยูไนเต็ดมานับจะ30ปีอยู่แล้ว และพี่ๆบางท่านมากกว่านั้น เรารักที่แมนยูเป็นแมนยูที่เราคุ้นเคยกันมา นั่นก็คือการไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้าย การต่อสู้และทุ่มเทสุดชีวิตอย่างบ้าคลั่ง นั่นแหละคือทีมเรา เพราะเราไม่เคยมีทรงบอลที่สวยงาม ไม่ได้เล่นเหนือกว่าชาวบ้านแบบกดอยู่ฝ่ายเดียวตลอด แม้กระทั่งเจอทีมเล็กๆบางครั้งยังเป็นงานยากเลย (แต่ป๋ามักพาทีมตบเด็กผ่านไปได้เสมอๆ) เราไม่เคยเทพระดับบาซ่ามาดริดเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใกล้เคียง หรือจะมีคลาสที่สูงส่ง ไม่ใช่
 
แต่แมนยูไนเต็ดที่เรารัก มันคือความทุ่มเท และจิตใจของนักสู้ที่นักเตะที่ใส่ลงไปจนสุด บนผืนสนามหญ้าของสังเวียนโอลด์แทรฟฟอร์ดนั่นเอง
 

 
ดังนั้นทุกสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ตลอด5ปีที่ผ่านมา เอเรร่าแสดงสิ่งเหล่านี้ให้กับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เห็นมาตลอด จนกระทั่งพวกเราแฟนผีหลายๆท่านเองก็ยังอยากจะให้เขานั้นได้เป็น “กัปตันทีม” เสียด้วยซ้ำมาหลายปีแล้ว ผมเชื่อว่าเอเรร่ามีภาะผู้นำมากพอที่จะทำตรงนี้ได้ มันอาจจะไม่ได้ดูโดดเด่นขนาดคนแบบรอยคีน หรือเนื่องจากตัวเขาเองก็อาจจะยังแย่งตำแหน่งตัวจริงถาวรมาไม่ได้ และไม่ได้มีอิทธิพลมากนักในห้องแต่งตัวที่คนอื่นที่โดดเด่นและเสียงดังกว่า จึงยังทำให้เขาไม่ได้รับตำแหน่งกัปตัน กับชั่วโมงบินและความเป็นซีเนียร์ในทีม

© All Rights Reserved, Manu.in.th