‘อยู่’หรือ’ไป’…’เด เคอา’

 

ถึงเวลาแล้วที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจว่าจะ ‘รักษา’ หรือ ‘ขาย’ สมบัติชิ้นล้ำค่าที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทิ้งมรดกเอาไว้ให้
 
จบเดือนมิถุนายน จะเข้าสู่ 12 เดือนสุดท้ายของ ดาบิด เด เคอา ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตามสัญญาฉบับปัจจุบัน ที่มีการใช้เงื่อนไขขยายเพิ่มไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
 
แม้มีความพยายามที่จะเจรจาสัญญาใหม่มาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่า ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างของทีมในปัจจุบัน กลายเป็นงานยากที่จะโน้มน้าวใจให้ผู้รักษาประตูชาวสเปนจับปากกาเซ็นเหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
 
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงมีทางเลือกสามทาง
 
หนึ่ง จัดข้อเสนอสุดงามที่มีค่าจ้าง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์จูงใจให้ เด เคอา ต่อสัญญาใหม่
 
สอง ตัดใจขายในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเรียกค่าตัวให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนาทีนี้มีเพียง ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง กับ ยูเวนตุส ที่พร้อมยื่นข้อเสนอ
 
หรือสาม ปล่อยให้ เด เคอา อยู่กับทีมต่อซีซั่นสุดท้าย แล้วยอมเสียฟรีในปีหน้า ซึ่งทางเลือกสุดท้ายดูจะเป็นชอยซ์ที่ควรตัดทิ้งไปได้เลย
 

 
หากเลือกข้อหนึ่ง ก็จะมีคำถามตามมาว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า กับการทุ่มค่าจ้างมหาศาลให้ผู้รักษาประตูที่ก่อความผิดพลาดหลายหนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ก่อนหน้านี้แทบไม่เคยเห็นก็ตาม
 
ความผิดพลาดของ เด เคอา ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดตามอารมณ์หรือความรู้สึก หากแต่มีหลักฐานยืนยันเป็นตัวเลขที่ถูกจดบันทึกเอาไว้ตลอดทั้งฤดูกาล
 
เด เคอา มีส่วนผิดพลาดจนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตูมากถึง 4 ครั้ง เท่ากับ จอร์แดน พิคฟอร์ด ของ เอฟเวอร์ตัน และเป็นรองแค่ อัสเมียร์ เบโกวิช ของ บอร์นมัธ กับ แบร์นด์ เลโน่ ของ อาร์เซน่อล เพียงครั้งเดียว
 
หนึ่งในความผิดพลาดที่ยังจำติดตาคือการปล่อยลูกยิงของ ลีโอเนล เมสซี่ หลุดลอดเข้าประตูไปในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก หรือจะเป็นการรับลูกยิงไกลของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ง่ายๆ ไม่อยู่มือ จนถูก มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงตีเสมอในเกมสำคัญที่ทำให้พลาดสามแต้มไล่บี้ เชลซี ในช่วงโค้งสุดท้าย
 

 
ซีซั่นที่ผ่านมา จึงกลายเป็นซีซั่นที่ เด เคอา หลุดฟอร์มมากที่สุด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2011 เลยก็ว่าได้ โดยมีสัญญาณเตือนดังขึ้นตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018 ที่รับลูกยิงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซองแตกหลุดเข้าประตูไปต่อสายตาแฟนบอลทั่วโลก
 
อย่างไรก็ตาม การเก็บคลีนชีตไปเพียง 7 เกม และความผิดพลาดหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นก็มีส่วนมาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือความหละหลวมในแนวรับ เพราะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนส่องไปมากถึง 496 ครั้งตลอดทั้งฤดูกาล 2018-19 เป็นรองแค่ อาร์เซน่อล (499 ครั้ง) ทีมเดียวในบรรดา ‘บิ๊กซิกซ์’
 

 
เมื่อเทียบกับแชมเปี้ยน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนคู่แข่งสับไกเพียง 238 ครั้ง, ลิเวอร์พูล 307 ครั้ง, เชลซี 349 ครั้ง และ ท็อตแน่ม 461 ครั้ง
 
เมื่อ ผีแดง โดนคู่แข่งเล่นงานเยอะ เด เคอา ก็มีโอกาสที่จะก่อความผิดพลาดเยอะขึ้นเป็นธรรมดา แต่ขณะเดียวกัน จำนวนการเซฟประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ก็ยังอยู่ในตัวเลขที่สูงถึง 122 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจาก ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ของ เวสต์แฮม 149 ครั้ง, นีล เอเธอริดจ์ ของ คาร์ดิฟฟ์ 141 ครั้ง, เบน ฟอสเตอร์ ของ วัตฟอร์ด 127 ครั้ง
 
ดังนั้น หาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงไว้เนื้อเชื่อใจ และต้องการให้สโมสรทุ่มค่าเหนื่อยต่อสัญญาใหม่กับ เด เคอา สโมสรก็จะต้องเสริมแนวรับให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วด้วย (ซื้อเพิ่มคนเดียวไม่พอ)
 

 
แต่หาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกข้อสอง ก็จะต้องเสนอขายนักเตะในสถานการณ์ที่ถือไพ่เป็นรองผู้ซื้อ โดยค่าตัวของ เด เคอา ไม่น่าจะไปถึง 75 ล้านปอนด์ตามที่ต้องการ
 
เรอัล มาดริด ที่เคยตามจีบ เด เคอา มาตลอดนับตั้งแต่ปี 2015 เลิกล้มความพยายามไปแล้ว นับตั้งแต่คว้าตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปจาก เชลซี เมื่อปีที่แล้ว และ ซีเนอดีน ซีดาน ก็ยืนยันจะให้เป็นมือหนึ่งซีซั่นหน้า
 
จึงเหลือแค่ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง กับ ยูเวนตุส ที่ดูจะมีแนวโน้มมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า เปแอสเช พร้อมเสนอให้มากที่สุดคือ 60 ล้านปอนด์
 
ในความเป็นจริง หาก ปีศาจแดง ตอบรับข้อเสนอ ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ เด เคอา จะปฏิเสธโอกาสย้ายทีม เพราะหากอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อจนครบสัญญาปีหน้า และย้ายทีมแบบฟรีเอเยนต์ เจ้าตัวจะได้รับเงินกินเปล่า และค่าเซ็นสัญญาอย่างมหาศาล
 
นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจเสนอเงินกินเปล่าให้ เด เคอา ไปเลย 20 ล้านปอนด์ หากตัดสินใจแล้วว่าต้องการขายในช่วงซัมเมอร์นี้
 
ถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องตัดสินใจให้ได้แล้วว่าจะทุ่มค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนเป็นสัญญาใหม่อีก 5 ปี หรือจะกัดฟันขายในราคา 60 ล้านปอนด์
 
และไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็จะต้องจัดการทุกอย่างให้แล้วเสร็จก่อนตลาดซื้อขายซัมเมอร์ปิดทำการ
 
บทความโดย บี้ เดอะสปา

© All Rights Reserved, Manu.in.th