กว่าจะมาเป็น แรชฟอร์ด วันนี้

 

จะว่าไปแล้วชีวิตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ไม่ต่างการติดสปริงที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จากเด็ก ‘โนเนม’ ที่ไม่มีใครรู้จักแต่ด้วยจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมและน่าจดจำ ทำให้ชื่อของ แรชฟอร์ด เข้าไปอยู่ในใจแฟนบอลโดยเฉพาะของ แมนเชสเตอต์ ยูไนเต็ด
 
นับจากเกมประเดิมสนามในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2016 เหลืออีกเดือนเศษก็จะครบรอบ 3 ปีที่เจ้าหนูรายนี้สลักชื่อตนเองไว้ในหน้าพงศาวดารลูกหนัง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตของ แรชฟอร์ด ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
 
เส้นทางฟุตบอลที่เฉิดฉาย, พัฒนาการที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการก้าวมาเป็นแกนหลักทั้งในสโมสรและทีมชาติ ซึ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือรายได้ที่เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ
 
เริ่มต้นค่าเหนื่อยเพียงกี่ร้อยปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ตอนนี้ หัวหอกวัย 21 ปีฟาดเงินจาก ปิศาจแดง วีคละประมาณ 45,000 ปอนด์ ซึ่งยังไม่รวมถึงโบนัสและค่าภาพลักษณ์ต่างๆกับทางผู้สนับสนุน
 
แม้เส้นทางลูกหนังของ แรชฟอร์ด จะพุ่งพรวด และเชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะไเค่เหนื่อยมากกว่าอีกเท่าตัวหากมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ (อีกครั้ง) ทว่าแข้งรายนี้มองการณ์ไกลและมีหัวธุรกิจมากกว่าที่เห็น
 
สำหรับคนที่ติดตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิดคงพอทราบข่าวดีว่า แรชฟอร์ด ด้วยวัยเพียง 17 ปี (ในตอนนั้น) ก็เริ่มหัดลงทุนในวิสาหกิจ โดยเริ่มแรกลงทุนไปเพียง 100 ปอนด์ แต่เขากลับได้รับผลตอบแทนมากกว่า 2.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 109.9 บ้านบาท) หลังผ่านไปเพียง 1 ปีเท่านั้น
 
นอกจากนี้ แรชฟอร์ด ยังคงเอาเงินค่าเหนื่อยที่ตนเองแลกมากับการค้าแข้งนำไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วยการซื้อบ้านเพื่อให้คนอื่นๆมาเช่าอาศัย โดยผ่านนายหน้าอย่าง Mucs Properties Ltd ที่เป็นฝ่ายดำเนินการและสนับสนุนเรื่องต่างๆ
 

 
ถือเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกันและกัน แรชฟอร์ด มีนายหน้าที่คอยดำเนินการให้ทุกอย่าง ส่วนบริษัทที่ว่าก็ได้โปรโมทตนเองผ่านกองหน้าทีมชาติอังกฤษแบบที่ไม่ต้องลงแรงโฆษณา
 
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การลงทุนของ แรชฟอร์ด ดูจะได้ผลเกินกว่าที่คาดไว้ เพราะมีการเผยจาก เดอะ ซัน ระบุว่า กองหน้าวัย 21 ปี ทำรายได้จากการลงทุนและการเช่าอสังหาริมทรัพย์จากปี 2017 มากกว่า 2.248 ล้านปอนด์ (ประมาณ 91.5 ล้านบาท) เลยทีเดียว
 
และหากรวมกับค่าแรงที่ได้จากสโมสรแล้วนั้น มีการเผยว่า แรชฟอร์ด ฟาดรายได้จากปี 2017 รวมกันมากกว่า 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 244 ล้านบาท)
 
เป็นเม็ดเงินที่สูงจริงๆสำหรับเด็กวัยเพียง 21 ปี ที่สามารถคิดหาหนทางและสร้างตัวด้วยการนำเงินจากค่าเหนื่อย (ที่ได้มากอยู่แล้ว) ในการเตะฟุตบอลไปต่อยอดธุรกิจ
 
ที่สำคัญไปกว่านั้น ดูเหมือนว่า แรชฟอร์ด ยังคงขยายธุรกิจและการลงทุนของตนเองต่อไป เพราะมีรายงานล่าสุดเผยว่า หัวหอกวัย 21 ปีควักเงินในกระเป๋าเพิ่มอีก 1.2 ล้านปอนด์เพื่อลงทุนซื้อบ้านที่มี 5 ห้องนอนแถบ วิล์มสโลว์ (เป็นพื้นที่ทำเลทองในแถบ เชสเชียร์ ของ อังกฤษ) มาไว้ในครอบครอง (รายงานระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่ไกลจากที่พักของ เซอร์อเล้กซ์ เฟอร์กูสัน)
 

 
แน่นอนว่าการซื้อบ้านหนนี้ของ แรชฟอร์ด มันคือการหวังผลเรื่องการลงทุนระยะยาว (เพราะเขาเพิ่งซื้อแมนชั่นราคา 1.8 บ้านปอนด์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา) ด้วยการปล่อยให้เช่าแบบเดิม และคาดว่ามันน่าจะสร้างผลกำไรให้กับกองหน้ารายนี้ได้พอสมควร
 
นับเป็นการขยายธุรกิจที่รุกเข้าไปในพื้นที่ทำเลที่การันตีว่าจะมีคนมาขอเช่าอาศัย ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีระยะยาวกับทางบริษัทนายหน้าและ แรชฟอร์ด เอง
 
แม้จะรับเงินระดับที่สามารถทำให้ตนเองกินดีอยู่ดีได้แบบไม่ต้องอายใคร แต่ แรชฟอร์ด ยังมองไปถึงอนาคตหลังเลิกเล่นฟุตบอล เพราะเขาตระหนักดีเส้นทางในพื้นหญ้ามันไม่ได้จีรัง
 
ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง รู้จักเก็บออมและนำเงินที่ได้มาไปต่อยอด ถือเป็นการลงทุนตามแบบฉบับคนสมัยใหม่ที่ไม่ยอมให้เงินนอนตายในบัญชี โดยไม่ได้นำไปขยับขยาย
 
ที่สำคัญคือ เหมือนกับว่า แรชฟอร์ด จะมาถูกทางหากดูจากผลตอบแทนที่ได้กลับมาจากปี 2017 (ส่วนรายได้รวมในปี 2018 ต้องรอทางอังกฤษเปิดเผยตัวเลขอีกครั้งหลังจากนี้) ที่ไม่ได้น้อยหน้าจากเงินที่ได้จากอาชีพหลัก
 
ในยุคที่โลหหมุนเร็วและการแข่งขันสูงแบบนี้ วงการฟุตบอลก็คงไม่ต่างกันเพราะทุกๆวันมีนักเตะเกิดใหม่มากมาย หากคนเก่าๆไม่พัฒนาหรือหยุดกับที่ก็มีโอกาสโดนเด็กรุ่นหลังแซงหน้า
 
และที่มากไปกว่านั้นคือเรื่องราวที่ไม่คาดคิดทั้งอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุต่างๆที่อาจจะเป็นปัจจัยให้นักเตะคนนั้นๆ เลิกเล่นฟุตบอล ดังนั้นการหาช่องทางทำกินเสริมจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
 

 
ไม่ต่างไปจาก เดเล่ อัลลี่ แนวรุกท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ก็ลงทุนในด้านนี้ไปก่อน แรชฟอร์ด และได้รับการตอบรับที่ดีในแถบ มิลตีน คีนส์ หรือจะ เจสซี่ ลินการ์ด ที่พยายามตีตลาดด้วยแบรนด์แฟชั่นของตนเอง
 
นอกจากนี้ยังมีนักเตะมากมายที่นำเงินที่ได้จากการลงสนามไปต่อยอดทำธุรกิจที่ตนเองถนัดหรือใฝ่ฝันไว้เพื่ออนาคต
 
ถือเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในและนอกสนาม เพราะไม่ว่าคุณจะทำเงินได้มากมายน้อยเพียงใด วินัยในการใช้เงินสำคัญอย่างมาก ตัวอย่างมีให้เห็นเป็นนักเตะหรือกกีฬาระดับโลกได้เงินมากมายแต่กลับใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จนหมดเนื้อหมดตัวมาก็มาก
 
ทางที่ดีเวลาหาได้มากก็ต้อง (หัด) เก็บเอาไว้ เพราะมันไม่แน่ไม่นอนหรอกว่าเงินที่ได้มานั้นจะหายไปหรือหมดไปเมื่อไหร่
 
สำหรับ แรชฟอร์ด นั้น … การเริ่มต้นด้วยเส้นทางที่น่าจดจำอาจจะทำให้มครหลายคนหลงระเริงแต่เขากลับสมถะ และคิดที่จะทำเพื่ออนาคต
 
เอาเป็นว่าเรื่องข้างต้นนี้เขียนมาไว้ให้อ่านเป็นความรู้หรือบทเรียนในการใช้ชีวิต หรือจะเอาเป็นสิ่งย้ำเตือนตนเอง … ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
 
ขอบคุณบทความจาก โกสุ่ย

© All Rights Reserved, Manu.in.th