ทางเลือกของ ‘โอเล่’

 

จบภารกิจนัดที่ 4 ไปแบบสวยงามหลังบุกไปเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล มาได้ 2-0
 
นั่นคือการคว้าชัย 4 เกมรวดของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในฐานะกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเทียบเท่าสถิติอันยอดเยี่ยมของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานกุนซือผู้ล่วงลับของปิศาจแดง
 
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการคว้าชัยนัดที่ 4 ของ ผีแดง คือการที่ทีมไม่เสียประตูเป็นนัดแรกภายใต้ยุคการนำของ ‘โอเล่’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งกุนซือและนักเตะต่างยิ้มหน้าบานหลังจบเกม
 
พวกเขาทราบดีถึงสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จเพราะตลอด 3 เกมที่ผ่านมาต้องเสียประตูแบบไม่น่าเสีย และนั่นจึงเป็นการบ้านของพวกเขาในการแก้ไขให้ถูกต้อง
 
เกมที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาเป็นคำตอบที่ชัดเจนถึงการเล่นแนวรับที่นิ่งขึ้น แม้จะมีจังหวะพลาดของ ฟิล โจนส์ แต่กองหลังหน้าเหวอก็ตามไปเก็บกวาดได้อย่างยอดเยี่ยม
 
ส่วนที่เหลือคือการสดประสานกันอย่างลงตัวโดยเฉพาะ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ที่เล่นได้อย่างโดนเด่นและปิดความอันตรายของแนวรุกได้เกือบหมด จะมีเพียงแค่ คริสเตียน อัตซู ที่ดูจะคุกคามและป่วนได้ดีกว่าคนอื่นๆ แต่ก็ได้เพียงเท่านั้น
 

 
สิ่งที่น่าสนใจคือแนวรุกในยุค โซลชา ที่ดูน่ากลัวและทรงพลังขึ้น ถึงตอนนี้ทุดคนกลับมาแล้ว ซึ่งเกมที่ผ่านมาเขาเลือกใช้งาน ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยมี ปอล ป็อกบา คอยขับเคลื่อนและเป็นพลังในแดนกลาง
 
นั่นคือไลน์อัพแรกของแนวรุกที่ถูกส่งลงไปป่วนแนวรับ นิวคาสเซิ่ล ที่อัดลงไป 5 ราย แม้จะดูอึดอัดแต่การเข้าทำดูมีรูปแบบและหลากหลายกว่าที่ผ่านมา
 
อีกสิ่ง 1 ที่น่าสนใจคือบรรดาสำรองที่นั่งรอโอกาสข้างสนามมีทั้งชื่อของ โรเมลู ลกากู, อเล็กซิส ซานเชซ และ เจสซี่ ลินการ์ด ที่พร้อมเปลี่ยนเกม ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
 
จะว่าด้วยเรื่องของโชค, จังหวะเวลา หรือการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทว่าเพียงไม่ถึงนาทีที่ รอม และ อเล็กซิส ก็เกิดผลกระทบรุนแรงต่อเกม
 
เพียงสัมผัสแรกก็นำมาซึ่งประตู และเป็น ‘บิ๊กรอม’ ที่ โซลชา กล่าวชมอย่างมากถึงสัญชาติญาณกองหน้าที่ยอดเยี่ยมรวมไปถึงจังหวะยิงยัดของ แรชฟอร์ด ที่ได้ผล
 
“ผมรู้สึกว่ามันเป็นเวลาที่ต้องส่ง โรเมลู และ อเล็กซิส ลงไป มันเป็นการยิงที่ดีของ มาร์คัส ส่วน รอม ทำหน้าที่ของเขาในฐานะกองหน้าที่ต้องตามไปเก็บตก”
 
“ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณจะทำได้ 5 หรือ 6 ประตูต่อฤดูกาล ในฐานะผู้รักษาประตูเมื่อคุณเห็น รอม ตัวใหญ่วิ่งเข้าหา ผมคิดว่าคุณคงเอามือของตัวเองหุบหนีไปแน่นอน”
 

 
แน่นอนว่ารวมไปถึงประตูที่ 2 ที่มาจากการสวนกลับและประสานของ 3 แนวรุก แรชฟอร์ด -> ลูกากู -> อเล็กซิส ก่อนจะจบที่กองหน้าเบอร์ 10 ที่ยิงอย่างใจเย็นผ่าน มาร์ติน ดูบราฟก้า เข้าไป
 
นั่นคือสิ่งที่ โซลชา พยายามเน้นย้ำเสมอทุกอย่างมาจากรากฐานแนวรับ หากพวกเขาสามารถป้องกันและปิดความอันตรายของคู่แข่งได้แล้ว โอกาสที่พวกเขาจะเอาชนะนั้นมีมากกว่า 70 เปอร์เซนต์
 
ปัจจัยสำคัญคือ โซลชา ดูจะมั่นใจในแนวรุกของทีมที่มีทางเลือกมากมาย และสามารถส่งใครลงก็ได้เพราะเขาได้เซ็ตระบบการเล่นที่มีรูปแบบ และอย่างที่เรียนไปว่ามี ป็อกบา ที่คอยสนับสนุนและพร้อมสอดขึ้นไปสร้างความอันตรายอยู่เสมอ
 
โซลชา มั่นใจว่าความสามารถของแนวรุก ปิศาจแดง ชุดนี้ไม่ได้ขี้เหร่และไม่ได้เป็นรองใคร แต่ช่วงที่ผ่านมาขาดเพียงความมั่นใจเท่านั้น
 
“เรารู้ว่าทุกๆคนมีส่วนในการเล่น นักเตะทุกๆคนที่นี่กำลังพูดถึงการเดินหน้าในตารางคะแนนและคว้าผลการแข่งขัน รวมไปถึงผลงานที่เราต้องการ วันนี้ (พุธ) ผมคิดว่าคนที่ลงตัวจริงทำได้ดี เราแข็งแกร่งและจากนั้นกองหน้าทำการป้องกัน”
 
“เมื่อคุณไปยังสถานที่เหล่านี้ เมื่อคุณมีอาการเหนื่อยล้า นั่นเป็นตอนที่บุคลิกของคุณแสดงออกมา ทุกๆคนต้องการคว้าชัย แต่คุณเห็นนักเตะเหล่านี้ พวกเขาต้องการเอาชนะในเกมนี้”
 

 
ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายที่ต้องเจอกับโปรแกรมอัดแน่นผ่านพ้นไป ด่านหน้าคือ เอฟเอ คัพ กับ เร้ดดิ้ง ที่คงจะได้เห็นการปรับทักครั้งใหญ่อีกหน แต่เชื่อว่าก็ยังคงแกนหลักเพื่อการเข้ารอบต่อไป ซึ่งคือเป้าหมายสำคัญ
 
ทุกอย่างกำลังไปในทิศทางที่ดี และแน่นอนว่ามั่นช่วยในเรื่องของกำลังใจในทีม และยิ่งทีมมีโปรแกรมเดินทางไปเก็บตัวที่ ดูไบ ทำให้ทุกคนพร้อมที่จะเสร็จงานก่อนจะเดินทางไปรับแสงแดด
 
อย่างที่ว่ากันว่า ‘เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ สิ่งที่ ปิศาจแดง กำลังเชิญถือเป็นพลังงานบวกที่ส่งต่อไปยังทุกคนในทีม
 
และสิ่งที่ชัดเจนคือทีม โอเล่ ที่กำลังเข้ารูปเข้ารอบเหลือเพียงการปรับจูนในมั่นคงและเข้าที่เข้าทาง ซึ่งบททดสอบสำคัญคงหนีไม่พ้นการออกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อสเปอร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่า ปิศาจแดง ดีพอที่จัดวัดกับทีมหัวตารางหรือไม่
 
ด้วยอารมณ์และความรู้สึก บวกกับผลงานที่ผ่านมา สาวกเร้ด อาร์มี่ บ่ได้ย่านและพร้อมจะเจอใครก็ตามที่มาขวางทางในตอนนี้
 
อารมณ์ประมาณว่า ‘ใครก็ได้เราพร้อมบวก’
 
ขอบคุณบทความจาก โกสุ่ย

© All Rights Reserved, Manu.in.th