Scoop หมดแล้ว Special One-“มูรินโญ่”เอาชื่อมาทิ้งกับยูไนเต็ด

 

“ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแยกทางกับโจเซ่ มูรินโญ่นายใหญ่”เดอะ สเปเชี่ยล วัน”หลังออกสตาร์ทฤดูกาลได้ย่ำแย่ที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีกโดยเก็บชัยชนะเพียงนัดเดียวจาก 6 เกมหลังและสุ่มเสี่ยงต่อการพลาดตั๋วไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า
 
ฟอร์มที่ย่ำแย่ของยูไนเต็ดประกอบกับการมีปัญหากับนักเตะและท่าทางที่เป็นทุกข์ร้อนจนกลายเป็นภาพชินตานำมาซึ่งคำถามว่ามูรินโญ่ได้สูญเสียตัวตนของเขาไปหรือไม่
 
เขาได้แชมป์อีเอฟแอล คัพและยูโรป้า ลีกกับยูไนเต็ด ขณะที่ฤดูกาลที่แล้วก็เก็บแต้มได้สูงสุดและจบอันดับสูงสุดนับตั้งแต่หมดยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันแต่ผลงานกลับดิ่งลงในฤดูกาลนี้และมีปัญหามากมายตั้งแต่ก่อนเริ่มซีซั่น
 
มูรินโญ่ไม่ได้เจอกับอะไรแบบนี้มาก่อนและสถิติก็แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาของเขากับยูไนเต็ดเป็นรอยด่างพร้อยต่อเส้นทางอาชีพและชื่อเสียงของเขาหลังความสำเร็จที่ปอร์โต้,เชลซี,อินเตอร์และเรอัล มาดริด
 
เขาได้แชมป์ยูฟ่า คัพกับปอร์โต้ในปี 2003 จากนั้นก็ผงาดเจ้ายุโรปหนแรกกับทีมบ้านเกิด เขาย้ายมาอยู่กับเชลซีในซัมเมอร์ปี 2004
 
ทีมของเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้ในทันทีและเป็นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 50 ปีของเชลซีพร้อมทำสถิติมากมาย ทีมของมูรินโญ่ป้องกันแชมป์ได้ในฤดูกาลต่อมาและเขาก็เป็นกุนซือที่คว้าชัยชนะในพรีเมียร์ ลีกถึง 50 เกมได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 63 เกม
 

 
เมื่อเปรียบเทียบกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือมือทองของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องใช้เวลาถึง 69 เกมกว่าจะเก็บชัยชนะได้ 50 นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก
 
จากนั้นมูรินโญ่ไปคว้าเทรเปิ้ลแชมป์กับอินเตอร์และล้มบาร์เซโลน่าที่ผูกขาดแชมป์ลา ลีก้าของกวาร์ดิโอล่าลงได้กับเรอัล มาดริด
 
เขายังคงต่อยอดความสุดยอดเมื่อกลับมาอังกฤษอีกครั้งในปี 2013 ซึ่งเป็นการคุมทีมในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นหนที่ 2
 
มูรินโญ่ทำสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่คว้าชัยชนะในพรีเมียร์ ลีกครบ 100 นัดได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 142 เกมซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันถึง 20 เกม จนถึงตอนนี้มันยังคงเป็นสถิติของเขา
 
ทว่าในฤดูกาลที่ 3 กับเชลซี มูรินโญ่ถูกปลดหลังปราชัย 9 จาก 16 เกมแรกในการป้องกันแชมป์ฤดูกาล 2015-16 มันถูกมองว่าเป็นเหตุไม่คาดคิดและเมื่อยูไนเต็ดปลดหลุยส์ ฟาน ฮาลได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสก็กลับมารับงานอีกครั้ง
 
ความทรงจำของมูรินโญ่ในฤดูกาลแรกกับยูไนเต็ดที่เด่นชัดคือการดึงตัวพอล ป็อกบาย้ายกลับมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวสถิติโลก ณ เวลานั้น,สอยกองหน้าชื่อดังอย่างซลาตัน อิบราฮิโมวิชและคว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งอีเอฟแอล คัพรวมถึงยูโรป้า ลีก
 

 
ในพรีเมียร์ ลีก ยูไนเต็ดจบอันดับที่ 6 และไม่ได้ตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกหากไม่มีแชมป์ยูโรป้า ลีกมาช่วยเอาไว้ มันเป็นครั้งแรกที่สโมสรซึ่งมีมูรินโญ่คุมทีมตลอดทั้งฤดูกาลแต่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างน้อย 24 เกมในลีก โดยซีซั่นนั้นยูไนเต็ดคว้าชัยได้เพียง 18 เกม
 
ฤดูกาล 2017-18 ดูมีทิศทางที่ดีขึ้นแต่ซีซั่นนี้กลับตกลงอีก ยูไนเต็ดเก็บชัยได้เพียง 7 จาก 17 นัด บางทีมันอาจดูผิดปกติ
 
ตั้งแต่การคุมทีมปอร์โต้ 2 ปี เปอร์เซ็นต์การคว้าชัยชนะของมูรินโญ่ในการแข่งขันทุกรายการกับยูไนเต็ดย่ำแย่ที่สุดกว่าที่อื่นใด กับปอร์โต้เขาคว้าชัยชนะ 71.7% ที่เชลซีหนแรก 67% ที่อินเตอร์ 62% เรอัล มาดริด 71.9% และแม้แต่เชลซีหนที่ 2 ก็ 58.8% ซึ่งรวมถึงการถูกปลดออกจากตำแหน่งในฤดูกาลที่ 3
 
ในฐานะผู้จัดการทีมยูไนเต็ด มูรินโญ่คว้าชัยชนะได้เพียง 58.3% จากการคุมทีม 144 นัด มันเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจหากดูตามมาตรฐานทั่วไปแต่กับมาตรฐานของตัวเขาเองและความคาดหวังของสโมสร มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรีเมียร์ ลีก ตอนนี้นายใหญ่วัย 55 ปีเก็บเปอร์เซ็นต์ในการคว้าชัยชนะได้เป็นเพียงอันดับที่ 5 ในประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากผลงานที่ย่ำแย่ตอนคุมทีมยูไนเต็ดรวมถึงเชลซี เขาเก็บชัยได้ 62.3% จาก 305 เกม มันไม่เหมือนก่อนแล้วซึ่งน้อยกว่าคาร์โล อันเชล็อตติ(63.2%), เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน(65.2%),อันโตนิโอ คอนเต้(67.1%)และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า(74.2%)
 
ตลอดการคุมทีมยูไนเต็ด 2 ปีครึ่ง ยูไนเต็ดเก็บคะแนนรวมได้เป็นเพียงอันดับที่ 5 ของพรีเมียร์ ลีก ดีกว่าแต่กับอาร์เซน่อลใน”ท็อป 6″ พวกเขาเก็บได้ 176 คะแนนจาก 93 เกมนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2016-17 ซึ่งน้อยกว่าลิเวอร์พูลถึง 20 แต้ม
 
เชลซี,ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่างเก็บได้ 200 แต้มหรือมากกว่าในช่วงเวลาเดียวกันโดยเฉพาะซิตี้ที่โกยแต้มมากกว่ายูไนเต็ดถึง 46 คะแนน
 
ตัวเลขสถิติต่างๆได้บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่”สเปเชี่ยล วัน”อีกแล้ว

© All Rights Reserved, Manu.in.th