รอบต่อไป ผีแดงต้องเจอใครดี

 

รูดม่านปิดฉากรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อม 16 ทีมที่ได้ไปต่อ
 
ถึงตรงนี้ก็ลุ้นกันอีกครั้งว่ารอบน็อคเอ้าท์ที่จะเตะในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ใครจะดวลกับใคร และจะมีบิ๊กแมตช์คู่ไหนให้แฟนบอลได้ติดตาม

 
โดยเฉพาะสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องลุ้นกันว่าจะเจองาน ‘หนัก’ หรือ ‘หนักมาก’ เพราะการเข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่มทำให้ต้องเจอกับแชมป์ที่พอไปไล่ดูรายชื่อแล้วต้องปาดเหงื่อ

 
โอกาสความเป็นไปได้คือ ดอร์ทมุนด์, บาร์เซโลน่า, เปแอสเช, ปอร์โต้, บาเยิร์น หรือ เรอัล มาดริด

 
อืม … หนักทั้งนั้น

 
แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญหากอยากเดินในเส้นทางสายโหดอย่าง ‘ยูซีแอล’ และจันทร์หน้าแฟนบอลคงได้ทราบว่าใครจะเป็นคู่ต่อกรในรอบต่อไปของ ปิศาจแดง

 
ก่อนไปถึงวันนั้น มาดูกันก่อนว่าแต่ละทีมที่ (กำลัง) จะเจอกำลังเป็นมาอย่างไรบ้าง

 
แชมป์กลุ่ม เอ – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

 
นำเป็นจ่าฝูงของบุนเดสลีกาในตอนนี้กับผลงานแนวรุกที่สะเด่าแถมที่ดีไปกว่านั้นคือแนวรับที่ดูดีกว่าที่ผ่านมา

 
ที่เด็ดของ ‘เสือเหลือง’ คือแนวรุกที่จัดจ้านรวดเร็วและมีการเข้าทำที่หลากหลายพร้อมเจาะแนวรับคู่แข่งให้ขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ

 
จุดอ่อนอย่างแนวรับก็ได้ อักเซล วิตเซล กองกลางชาวเบลเยียมเข้ามาคอยสกรีนจากแผงมิดฟิลด์ ช่วยแบ่งเบาภาระของกองหลังได้มากโข

 
ส่วนผลงานในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ลูกทีมของ ลูเซียง ฟาฟร์ คว้าไปได้ 13 คะแนน และแน่นอนว่าพร้อมสถิติที่ดีกับการทำไป 10 ประตูและเสียไปเพียง 2 ลูกเท่านั้น

 

 

 
แชมป์กลุ่ม บี – บาร์เซโลน่า

 
ทีมนำของ ลา ลีกา สเปน ที่อาจจะมีช่วงเวลาที่แกว่งไปบ้างแต่ผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังน่ากลัวและเป็น 1 ในตัวเต็งของรายการตลอดในช่วงที่ผ่านมา

 
สิ่งที่อันตรายที่สุดคือแผงแนวรุกที่นำโดย ลีโอเนล เมสซี่ ของแสลงของบรรดาสาวกปิศาจแดง รวมไปถึง หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อุสมัน เดมเบเล่

 
ไม่เพียงแนนรุกที่จะอุดมไปด้วยแถวหน้าของโลก ตำแหน่งอื่นๆก็ไม่ธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละทีมต่างภาวนาหลีกเลี่ยงไม่ให้ชนกับยอดทีมจากกาตาลันรายนี้ตั้งแต่หัววัน

 
ยิ่งมาดูสถิติในการดวลกับ บาร์ซ่า ในช่วงที่ผ่านมาของ ผีแดง ไม่ค่อยโสภานักเอาที่ผ่านมาไม่นานคือรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2011 และ 2009 ที่ ปีศาจแดง แพ้เรียบวุธ

 

 

 
แชมป์กลุ่ม ซี – ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง

 
เข้ารอบเป็นที่ 1 ในฐานะแชมป์กลุ่มแห่งความตายโดยพวกเขาฝ่าฟันคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล และ นาโปลี จนคว้าแชมป์กลุ่ม

 
สำหรับ เปแอสเช เป็นอีก 1 ทีมที่มีแนวรุกจัดจ้านเพราะมี 4 จตุรเทพอย่าง เนย์มาร์, คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้, เอดินสัน คาวานี่ และ อังเคล ดิ มาเรีย (อดีตเด็กผี) เป็นแกนหลัก

 
ที่เปลี่ยนไปในฤดูกาลนี้คือการได้ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือจอมแท็คติกชาวเยอรมันเข้ามาทำทีมซึ่งส่งผลให้ เปแอสเช มีการเล่นที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย พร้อมยังสามารถปรับระบบให้เข้ากับสถานการณ์แต่ละนัด

 
นอกจากนี้จุดเด่นของยอดทีมเบอร์ 1 จากฝรั่งเศสคือการเล่นในรังที่ดุดันที่พร้อมขย่มทุกทีมที่ไปเยือน

 
อ้อ … ที่น่าสนใจอีก 1 เรื่องคือ หากจับพลัดจับผลูได้มาเจอกันจริงๆ ก็จะเป็นหนแรกที่ ปิศาจแดง และ เปแอสเช เจอกันครั้งแรกในรายการนี้

 

 

 
แชมป์กลุ่ม ดี – เอฟซี ปอร์โต้

 
ผลงานรอบแบ่งกลุ่มดีมากกับผลงานชนะ 5 เสมอ 1 แถมทำสกอร์ไปได้มากถึง 15 ประตู

 
ถือเป็นอีก 1 ทีมที่น่าสนใจเพราะหากเกิดจับมาเจอกันก็จะเป็นโอกาสที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้กลับไปเยือนรังเก่าที่เขาเคยประสบความสำเร็จอย่างมากมายโดยเฉพาะใน ยูซีแอล ที่เคยคว้าแชมป์ร่วมกันในปี 2003

 
ถึงจะถูกมองว่าเป็นทีมแชมป์กลุ่มที่อ่อนที่สุด (ทุกๆทีมอยากเจอ) แต่ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนในเวทียุโรป รวมไปถึงแท็คติกของกุนซือไฟแรงอย่าง แซร์โจ้ คอนไซเซา ทำให้ไม่สามารถประมาทยอดทีมของโปรตุเกสได้

 
ที่สำคัญคือการเล่นในรังดุดันแนวรุกก็จี๊ดจ๊าดยามเล่นต่อหน้าแฟนบอล และเชื่อว่าคงไม่ง่ายหาก ผีแดง ต้องมาเจอกับ ปอร์โต้

 

 

แชมป์กลุ่ม อี – บาเยิร์น มิวนิค

 
1 สโมสรที่ถือว่ามีความผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1999)

 
ฤดูกาลนี้ บาเยิร์น อาจจะมีผลงานที่สะดุดและไม่ดุดันดังเดิม แต่ขึ้นชื่อว่าเสือก็คือเสือ และยังเป็นทีมที่มักจะทำได้ดีเมื่อเจอกับ ปิศาจแดง ยามเล่นในระบบเหย้า-เยือน

 
อย่างที่เรียนไป แม้จะมีผลงานที่ไม่นิ่งและแอบหลุดให้เห็น แต่ทีเด็ดของยอดทีมจากบาวาเรียคือแนวรุกที่ห้ามประมาท รวมไปถึงตำแหน่งอื่นๆที่อุดมไปด้วยแข้งเลื่องชื่อลือชา

ที่สำคัญพวกเขาจะมีเวลาพักในช่วงหน้าหนาวและยังมเวลาในการเตรียมทีมหรือเสริมจุดที่ขาดหายไป และนั่นคือข้อได้เปรียบที่จะเพิ่มเข้ามา

 

 

แชมป์กลุ่ม จี – เรอัล มาดริด

 
ดีกรีแชมป์เก่าของรายการที่ประสิทธิภาพดูจะลดลงไปหลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรในหน้าร้อนที่ผ่านมา

 
ที่เห็นได้ชัดเจนคือแนวรุกเมื่อไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้ประสิทธิภาพในการสอยตาข่ายคู่แข่งลดลงไปอย่างมาก

 
กระนั้น ราชันชุดขาว ก็เป็นอีก 1 ทีมที่เป็นของแสลงของ ปิศาจแดง โดยเฉพาะการออกไปเยือน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ที่มักจะเป็นปัญหาของทีมดังจากแมนเชสเตอร์

 

 

© All Rights Reserved, Manu.in.th